น้าลู่เจินเจินสามารถตั้งหลักปักฐานในจวนโหวได้อย่างมั่นคง
คนสกุลคงรีบวิ่งแจ้นมาประจบเอาใจเป็นแน่ แต่ถ้าเงินเงินไปไม่รอดในจวนโหว พวกเขาก็คงขุดคํากล่าวที่ ว่า “บุตรสาวแต่งออกไป ไม่ต่างจากน้ําที่สาดทิ้ง” มาเป็นข้ออ้าง แสร้งทํา หูหนวกตาบอดไม่สนใจความเป็นความตายของนางเป็นแน่แท้
ความ “เย็นชาแล้งน้ําใจ” เช่นนี้ ไม่เพียงแต่เงินเงินที่มองเห็น อย่างทะลุปรุโปร่ง แม้แต่สาวใช้ตัวเล็กๆ อย่างติงเซียงก็ยังดูออก
สําหรับครอบครัวซิ่วฉิวอย่างไรเสียก็ถือเป็นคนในอาณัติของนาง โดยตรง ย่อมไว้ใจได้มากกว่าบ่าวไพร่ของจวนโหวแน่นอน ยามนี้เงินเงินไม่มีผู้ใดให้เรียกใช้ถนัดมือนอกจากติงเซียง นาง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกวักมือเรียกสาวใช้คนสนิทเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบ
กําชับสั่งงานด้วยนําเสียงจริงจัง
ตึงเซียงพยักหน้ารัวๆ รับคําสั่งแล้วรีบเดินออกไป ด้วยความรีบ ร้อนนางจึงไม่ทันได้มองซ้ายแลขวาแต่อย่างใด เดินผ่านประตูห้องออก
ไปในทันที
ฟู่จืออี้อาศัยจังหวะที่ติงเซียงก้าวพ้นธรณีประตู พลิกกายหลบเข้า
หลังฉากกั้นลมอย่างว่องไว จึงรอดพ้นจากการถูกพบเห็นไปได้อย่าง
หวุดหวิด
เขาไม่ได้รีบร้อนเข้าไปในห้อง หัวคิ้วขมวดมุ่นหวนนึกถึงบท สนทนาระหว่างเงินเงินและ ตึงเซียงเมื่อครู สายตาทอดมองผ่านรอย แยกของม่านประตูที่ถูกลมพัดไหว เห็นลูเงินเงินกําลังกอดของขวัญรับ ไหว้อย่างทะนุถนอมประหนึ่งสมบัติล้ําค่าอย่างไม่ ยอมวางมือ ฟูจือ ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ จ