วันนี้ได้ ก็เพราะท่านสี่ ของเรามีพรสวรรค์ เป็น “เทพเหวิน” [1] จุติลงมาเกิด….”
“หุบปาก!” เจินเจินตบโต๊ะดัง ปัง!
“เจ้าบังอาจพูดจาเช่นนี้ มีเจตนาแอบแฝงอันใด! เจ้าเอาท่านไป ไว้ที่ใด? เอาท่านโหวผู้เฒ่า ฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านและฮูหยินผู้เป็น บุพการีไปไว้ที่ใด ต่อให้ท่านสี่จะมีพรสวรรค์เพียงใด แต่กว่าจะมีวันนี้ ได้ มิใช่อาศัยการอบรมเลี้ยงดูอย่างทุ่มเทจากผู้หลักผู้ใหญ่ในจวนหรอก หรือ! แต่ในปากบ่าวสามหาวเยี่ยงเจ้า… กลับกลายเป็นความดีความชอบ
ของเจ้าไปเสียอย่างนั้น!”
“ข้าเพิ่งรู้แจ้งวันนี้เองว่า บ่าวไพร่ชั้นต่ําเช่นเจ้าแอบอ้างความดี ความชอบได้เก่งกาจถึงเพียงนี้ ทั้งครอบครัวเจ้าอาศัยใบบุญจวนโหวถึง มีกินมีใช้ไม่อดอยาก ซ้ํายังมีหน้ามีตาอยู่ในจวน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพระ คุณที่จวนโหวและฮูหยินเมตตามอบให้!”
“เจ้าไม่เพียงไม่สํานึกในบุญคุณ ยังบังอาจเอาความไว้วางใจที่เจ้า นายมอบให้มาอวดอ้าง เป็นทุนรอน ถึงขั้นกล้าทวงความดีความชอบกับ จวนโหวเชียวรึ?”
“หากไร้ซึ่งจวนโหว จะมีเจ้าในวันนี้ได้หรือ? เจ้าปรนนิบัติดูแล ท่านสี่… ฮูหยินและจวนโหว ไม่ได้จ่ายเบี้ยหวัดให้เจ้ากินใช้หรอกหรือ? การดูแลเจ้านายเป็นหน้าที่อันพึงกระทําของบ่าว ทําได้ดีถือเป็นเรื่อง ปกติ ทําได้ไม่ดีก็สมควรถูกลงโทษ!”
“ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ “การทําตามหน้าที่ กลายเป็น “ความดีความ ชอบ” ไปเสียได้? หรือเจ้าหลงระเริงคิดว่าจวนโหวแห่งนี้จะหาบ่าวอาวุโส
คนอื่นมาท