บทที่ 5 ตราบใดที่นางไร้ซึ่งศีลธรรม ใครก็เอาศีลธรรมมาบีบนางไม่ได้
เมื่อกลับมาถึงเรือนทิงเทา ด้วยอานิสงส์จากการ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ของลู่เจินเจินเมื่อเช้านี้ เหล่าบ่าวไพร่ในเรือนทิงเทาต่างพากันกระตือรือร้นตื่นตัวกันเต็มสิบส่วน
ในระหว่างที่เจ้านายไปยกน้ำชา พื้นลานในเรือนถูกขัดล้างจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ทั้งภายในและภายนอกห้องถูกสาวใช้ตัวน้อยใช้ผ้าเนื้อนุ่มชุบน้ำอุ่นเช็ดถูใหม่จนขึ้นเงา มั่นใจได้ว่าไร้ฝุ่นละอองแม้เพียงเศษผง ในลานแทบไม่เห็นใบไม้ร่วงแม้แต่ใบเดียว
พอทั้งสองก้าวเข้าห้อง น้ำชาก็ถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ อุณหภูมิกำลังพอเหมาะพอดี คนที่กะเวลาไปรับสำรับเช้าจากครัวกลางก็หิ้วกล่องอาหารกลับมาถึงพอดีเช่นกัน หลังจากจัดตั้งโต๊ะอาหารที่ห้องโถงรับรองด้านข้างเรียบร้อย จึงค่อยเชิญเจ้านายทั้งสองไปร่วมโต๊ะรับประทาน
เช้าตรู่วันนี้เดินไปกลับเที่ยวหนึ่งก็ร่วมชั่วโมงแล้ว การยกน้ำชาก็นับเป็นงานใช้แรงงานหนักประเภทหนึ่ง ขนมที่กินรองท้องไปเมื่อเช้านั้นย่อยสลายหายไปนานแล้ว พอได้ผ่อนคลายลง ตอนนี้ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าหิวจนไส้กิ่ว
ทันทีที่นั่งลง ลู่เจินเจินรอเพียงให้ฟู่จื่ออี้ขยับตะเกียบเป็นพิธี นางก็เริ่มปฏิบัติการ‘กวาดเรียบราวพายุหมุน’ยัดอาหารเข้าปาก ประหนึ่งวิญญาณหิวโหยมาเกิดใหม่ทันที
ฟู่จื่ออี้เพิ่งจะกินโจ๊กไปได้ครึ่งถ้วย ลู่เจินเจินก็จัดการซาลาเปาลูกเล็กไปแล้วสองเข่ง ฟู่จื่ออี้เพิ่งจะเคี้ยวหมั่นโถวไปได้เพียงลูกเด