ํางานแทนเจ้ามิได้แล้วกระนั้นหรือ? ท่านสี่เห็นแก่ที่เจ้าเป็น
คนเก่าแก่จึงให้ความไว้วางใจ ทว่าเจ้ากลับตอบแทนน้ําใจท่านสี่ และฮูหยินด้วยความโอหังเช่นนี้!”
“บ่าวไพร่สามหาวเยี่ยงเจ้า ยังมีหน้ามาทวงความดีความชอบอีก ข้าจะนําเรื่องนี้ ไปเรียนท่านสี่ และฮูหยินให้ทราบ เรือนทิ้งเท่าของข้าไม่ อาจเลี้ยงบ่าวเนรคุณที่ไม่รู้จักที่ต่ําที่สูง วันๆ จ้องแต่จะเอาหน้าที่มาบัง หน้าเพื่อข่มขวัญเจ้านายเช่นนี้!”
คําพูดแต่ละคําหนักแน่นทรงพลังดั่งปาก้อนหินกระทบพื้น หูมา
มาถึงกับหน้าถอดสี ต่อให้นางจะเลอะเลือนเพียงใด ก็ย่อมตระหนักได้ ว่าหากเรื่องนี้ถึงฮูหยินสามจริงๆ ชีวิตของนางคงหาไม่แล้ว
ร่างกายพลันอ่อนยวบ หมามาทรุดฮวบลงคุกเข่าอย่างหมด สภาพ ปากก็พร่าอ้อนวอนด้วยเสียงสั่นระริก
“สะใภ้สี่! สะใภ้สี่เจ้าขา บ่าวชราผู้รู้ซึ้งถึงความผิดแล้วเจ้าค่ะ เป็นบ่าวที่เลอะเลือนหน้ามืดตามัว อาศัยว่าเคยดูแลท่านมาไม่กี่วัน ก็ หลงลืมฐานะตนเองจนมิรู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ํา บ่าวสมควรตายเจ้าค่ะ!”
พูดจบ นางก็ลงมือ ตบซ้ายตบขวา ฟาดหน้าตนเองฉาดใหญ่ติด
ต่อกันหลายที
“ขอสะใภ้สี่โปรดเมตตา ละเว้นบ่าวชราผู้นี้สักครั้งเถิดเจ้าค่ะ! วัน
หน้าบ่าวไม่กล้าอีกแล้ว! สามีของบ่าวตายจากไปเร็วนัก ที่บ้านมีทั้งคน
เฒ่าคนแก่และเด็กเล็ก ต้องอาศัยแรงบ่าวหาเลี้ยงปากท้องอยู่เพียงลํา ฟัง…. หากเรื่องนี้รูไปถึงหูของนายหญิงเข้าจริงๆ เกรงว่าคนทั้งครอบครัว
ของบ่าวคงหมดหนทาง