ผ่านไปก่อนชั่วคราว
ทว่าการลอบส่งสายตาให้กันของคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันกลับตกอยู่ในสายตาของเหล่าผู้สูงอายุและพี่สะใภ้ทั้งหลาย ไม่ว่าในใจแต่ละคนจะคาดคะเนไปเช่นไร แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้มกันถ้วนหน้า
ฮูหยินรอง ‘ฉินสื่อ’ ถึงกับตบต้นแขนฮูหยินสาม ‘หลานสื่อ’ เบาๆ อย่างล้อเลียน “ยามนี้สะใภ้สี่ก็แต่งเข้ามาแล้ว ดูท่าทางทั้งคู่จะเข้ากันได้ดีนัก เจ้าก็เตรียมตัวรออุ้มหลานให้สบายใจเถิด!”
หลานสื่อที่เดิมทีใบหน้าประดับรอยยิ้มปลื้มปริ่มใจพลันแข็งค้าง ในอกรู้สึกขมปร่าพิกล ทว่าจำต้องฝืนเอ่ยตอบรับ “พวกเขายังหนุ่มยังสาวกันอยู่ โดยเฉพาะสะใภ้สี่… ดูสิ ยังเด็กอยู่เลย รอให้นางเติบโตกว่านี้อีกนิดค่อยมีทายาทก็ยังไม่สาย”
ลู่เจินเจินหูดีได้ยินประโยคนี้เข้าเต็มสองหู
รู้ทั้งรู้ว่าข้ายังเป็นเด็ก ยังจะกล้าโยนหม้อใบใหญ่[2]นี้มาให้ข้าแบกรับอีกหรือ? เคยคิดถึงใจข้าบ้างไหมเนี่ย?
นางหันขวับไปมองฟู่จืออวี้อี้ เห็นเขายังคงมีสีหน้าเรียบเฉย มิหนำซ้ำยังมีแก่ใจถลึงตาใส่หน้านางวูบหนึ่ง เป็นเชิงสั่งให้รีบตามมา ยังมีผู้น้อยที่ต้องรับไหว้
ลู่เจินเจินได้แต่ค่อนขอดในใจ ตัวข้ายังอายุน้อย กระดูกกระเดี้ยวก็ยังโตไม่เต็มที่ จะไปแบกรับ ‘หม้อดำ'[3]ใบมหึมาขนาดนี้ไหวได้อยางไร
เดี๋ยวพอยกน้ำชาเสร็จ ต้องหาโอกาสคุยกับฟู่จืออวี้อี้ให้รู้เรื่อง วันข้างหน้าย่อมหนีไม่พ้นถูกกดดันเรื่องลูกแน่ๆ อย่างไรเสียคงต้องหาข้ออ้างมาเตรียมไว้ก่อน
พิธีรับไหว้ผู้น