มาเสพสุขนะ ไม่ใช่เพื่อมาเป็นรองมือรองเท้าใคร! วันนี้หากไม่แสดงเดชเชือดไก่ให้ลิงดู คนที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้เกรงว่าจะเป็ยตัวนางเองเสียแล้ว แต่สาวใช้สามคนนี้ก็ยังไม่ถึงขั้น ‘ต้องตีให้ตายในไม้เดียว’ เก็บไว้ดูพฤติกรรมไปก่อนก็ยังไม่สาย
คิดได้ดังนั้น นางจึง ‘จงใจ’ ปล่อยให้พวกนางคุกเข่ารอต่อไปอีกพักใหญ่ กระทั่งติงเซิงเกล้าผมและประทินโฉมให้นางจนเสร็จสรรพ นางจึงค่อยๆ ลุกขึ้นส่องคันฉ่องทองเหลือง สำรวจความเรียบร้อยว่าไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง
เมื่อเห็นว่าได้เวลาอันสมควร จึงค่อยเอ่ยปาก “เอาเถิด ข้าเองก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผลปานนั้น ในเมื่อพวกเจ้าสำนึกผิดและอ้อนวอนถึงเพียงนี้ เห็นแก่หน้าฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินใหญ่ ครั้งนี้ข้าจะละเว้นโทษให้สักครา แต่หากมีคราวหน้า…”
วาจายังไม่ทันจบประโยคดี สาวใช้ทั้งสามก็รีบชิงรับคำเป็นพัลวัน “ขอฮูหยินโปรดวางใจ! บ่าวสาบานว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาดเจ้าค่ะ!”
ลู่เจินเจินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะส่งสัญญาณให้พวกนางลุกขึ้นได้ สาวใช้ทั้งสามพยุงกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ขาทั้งสองข้างยังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ครานี้พวกนางกลับกลายเป็นสงบเสงี่ยมเจียมตัว ยืนก้มหน้าสำรวมกิริยาอยู่ด้านข้าง มิกล้าปริปากสอดขึ้นมาอีกแม้แต่ครึ่งคำ
อย่าว่าแต่สามคนนี้เลย แม้แต่บ่าวไพร่คนอื่นๆ ในเรือน ต่างพากันก้มหน้าก้มตา กลั้นหายใจมิกล้าส่งเสียงดัง มือไม้ขยับทำงานคล่องแคล่วว่องไวกว่าเด