ิมหลายเท่าตัว
……
ในขณะเดียวกัน ณ ลานหน้าเรือนทิงเทา
ฟู่จืออี้นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ พลางฟังบ่าวรับใช้ชายชุดเขียวรายงานเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังเรือนเมื่อครู่ เมื่อฟังความจนจบ ฟู่จืออี้ก็โบกมือไล่บ่าวผู้นั้นออกไป เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
‘ดูไม่ออกเลยว่า… จะมีพิษสงไม่เบา’
แม้ปากจะเอ่ยเช่นนั้น แต่ความตึงเครียดระหว่างคิ้วกลับผ่อนคลายลงไปหลายส่วน ในเมื่อละครฉากใหญ่หลังเรือนปิดฉากลงแล้ว ก็คงได้เวลาไปยกน้ำชาเสียที ฟู่จืออี้วางตำราในมือลง แล้วค่อยๆ ก้าวเดินไปยังเรือนด้านหลัง
ครั้นมาถึงประตูทางเข้า ก็เดินสวนกับรุ่นเซิงที่กำลังออกมาตามหาเขาพอดี ทันทีที่นางเห็นหน้าเจ้านาย ปฏิกิริยาแรกของนางคือการผงะถอยกรูดไปด้านหลังถึงสามก้าว ด้วยความหวาดผวา จนมั่นใจว่าทิ้งระยะห่างจากฟู่จืออี้มากพอแล้ว จึงค่อยย่อกายลงคาวระ
“ท่านสี่… สะใภ้สี่รอท่านไปยกน้ำชาพร้อมกันเจ้าค่ะ”
ฟู่จืออี้คาดไม่ถึงเลยว่า การ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ ของลู่เจินเจิน จะทำให้สาวใช้พวกนี้หวาดกลัวจน ‘หลบเลี่ยงหนีเขา ราวกับหนีโรคระบาด’ ได้ถึงเพียงนี้ ชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่รู้ว่าจะควรจะขำ หรือควรจะโกรธดี
ฟู่จืออี้ก้าวเท้าเข้ามาในเรือน ด้วยความรู้สึกซับซ้อนในใจ ลู่เจินเจินแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ หยิบขนมเข้าปากตามสบายอารมณ์ ไร้ซึ่งท่าทีรีบร้อนกังวลใจ ขนมหวานของจวนโหวขึ้นชื่อเรื่องความวิจิตรบรรจง ทำเป็นชิ้นเล็กขนาดพอดีคำ ไม