วกับของล้ำค่า พยักหน้ารัวเร็ว
“นอนเจ้าค่ะ! นอนเดี๋ยวนี้แหละ!”
เมื่อล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมคนทั้งสอง
ภายในห้องหอประดับประดาด้วยของมงคลสีแดงตระการตา เทียนมังกรหงส์บนโต๊ะยังคงลุกโชนวูบไหว น่าเสียดายที่ระยะห่างระหว่างคู่บ่าวสาวบนเตียงนั้นกว้างเสียจนสามารถยัดคนลงไปนอนคั่นกลางได้อีกถึงสองคน!
ฟู่จืออี้เพิ่งจะข่มตาหลับลง ก็ได้ยินเสียงใสแจ๋วของลู่เจินเจินดังขึ้นมาในความมืดอีกครั้ง
“ท่านสี่ ข้าว่าเรายังนอนไม่ได้นะเจ้าคะ คืนเข้าหอทั้งที หากพวกเราเงียบกริบไร้ความเคลื่อนไหว คนข้างนอกจะสงสัยเอาได้ มิสู้พวกเราลุกมาช่วยกัน ‘เขย่าเตียง’ ให้มันมีเสียงครึกโครมสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ?”
ฟู่จืออี้ตกตะลึงจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“ท่านสี่วางใจได้ ข้าจะเขย่าเตียงให้สุดแรงเกิด รับรองว่าจะไม่ให้ใครมาสงสัยใน ‘ความสามารถ’ ของท่านได้แน่…”
“หุบปาก! ขืนพูดอีกแม้แต่ครึ่งคำ เจ้าก็ลงไปปูผ้านอนที่พื้นเดี๋ยวนี้!” ฟู่จืออี้กัดฟันกรอด
ลู่เจินเจินรีบหุบปากฉับ ยกมือขึ้นทำท่า ‘รูดซิป’ ปิดปากทันที
ฟู่จืออี้แค่นเสียงเย็นในลำคอ พลิกตัวหันหน้าเข้าหาลู่เจินเจิน ใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องมองนางเขม็ง ราวกับจะจับผิดนางจนกว่าจะหลับไปจริง ๆ
ลู่เจินเจินเบะปาก นางอุตส่าห์หวังดีแท้ๆ คนผู้นี้กลับไม่เห็นค่า
ช่างเถอะ ไม่ถือสาหาความคนพรรค์นี้หรอก
วันคืนยังอีกยาวไกล สักวันนางจะทำให้ฟู่จืออี้รู้ซึ้งให้ได้ว่า การมีนางอยู่ด้วยน่ะนับ