จวที่สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล บินตรงมาด้วยความเร็วสูง
เห็นเพียงในมือของเขา ยังถือของวิเศษชั้นยอดอยู่ชิ้นหนึ่ง เป็นลูกแก้วกลมซึ่งภายในห่อหุ้มเขาพระสุเมรุ ข้างในคือเหล่าศิษย์ทั้งมวลของเผ่าโจวอวี๋
“คารวะท่านผู้ยิ่งใหญ่”
อวี๋โจวเพิ่งเหยียบพื้นได้ก็รีบจะคุกเข่าคารวะทันที หากแต่ลวี่หยางยื่นมือออกห้ามไว้ แล้วก็ดึงอีกฝ่ายเข้าไปในตำหนักบรรทมของเฟยเสวี่ยเสียเลย
“ตามข้ามาเถอะ”
“ทางเข้าของประวัติศาสตร์ที่วุ่นวายอยู่ตรงนี้ ข้าจะพาพวกเจ้ากลับไป”
คำพูดนี้ออกมาอวี๋โจวก็เผยแววตาฉงน จับใจความสำคัญในถ้อยคำของลวี่หยางได้แม่นยำ “หรือว่าท่าน…จะเข้าไปพร้อมกับพวกข้าด้วย?”
“ถูกต้อง ข้าจะเข้าไปกับพวกเจ้า”
ลวี่หยางพยักหน้า ดวงตาสว่างกระจ่าง “ความเป็นไปได้…ข้าต้องไปดูเองว่ามีโอกาสแสวงหาโอสถทองคำหรือไม่ ท้ายที่สุด สถานที่บัดซบนี่ลึกเกินไปแล้วจริงๆ”
เก้าส่วนสำเร็จในการแสวงหาโอสถทองคำ แต่ก็ตายแน่นอน
เหตุใดกัน?
ลวี่หยางตริตรองในใจ ไม่คลอนแคลนแม้แต่น้อย ยังคงครุ่นคิดอย่างเยือกเย็น
ย่อมต้องเป็นอิทธิพลจากภายนอก…
เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ ข้าก็กลายเป็นศูนย์กลางของใต้หล้าแล้ว จ้าววิถีทั้งสี่ แม้ไม่ลงมาด้วยตน แต่ก็ส่งสายตามาจับจ้องข้า
เรื่องนี้ไม่นับว่าแปลก ตรงกันข้าม ยังสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของเพลิงบนสวรรค์โดยแท้
ปัญหาอยู่ที่ท่าทีของจ้าววิถีแต่ละฝ่าย
พระผู้เป็นเจ้าแห่งแดนสุขาวดีไม่ต้องพูดถึง ศัตรูโดยตรงจ้าววิถีนิก