เขาก็พบว่าตนเองได้สลายกลายเป็นสีทองดำอีกครั้ง กำลังถูกท่านเฟยเสวี่ยเจินจวินประคองไว้ด้วยสองมือ ใช้วิชาพลังวิชามาหลอมรวมอย่างต่อเนื่อง!
หากเขาฟื้นคืนสติช้าไปสักครู่ชั่วยาม เกรงว่าคงจะสิ้นชีพอย่างกระทันหันไปแล้ว!ครานี้ยังนับว่าอาศัยฟ้ามอบพลังฟื้นฟูอันยิ่งใหญ่ หากเป็นเจินเหรินโดยทั่วไป เกรงว่ารากฐานแห่งมรรคก็คงถูกเฟยเสวี่ยเจินจวินบดขยี้ไปแล้ว
ถัดมา ลวี่หยางเร่งใช้ฟ้าดินขานรับข้าหวังอาศัยพลังแห่งฟ้าดินเคลื่อนย้ายออกไป ทว่าเฟยเสวี่ยเจินจวินเคยเห็นกลนี้มาแล้ว ไหนเลยจะโดนอีกครั้ง เพียงปลายนิ้วดีดเบา ๆ แสงหลากเส้นร่วงหล่น ผนึกกั้นฟ้าดินรอบด้านแน่นหนา
แต่ไม่นาน สีหน้าของเฟยเสวี่ยเจินจวินก็พลันเปลี่ยนไป
เพราะนางพบว่า ตนเองเสียเปรียบมากขึ้น ลมปราณของลวี่หยางกลับมิได้อ่อนแรงเลย หากแต่ยิ่งทวีคูณ แกร่งกล้าไม่หยุด!เหตุผลนั้น หนึ่งคือเจตจำนงแห่งกระบี่ทรนง!อีกหนึ่งก็คือฟ้าแม้ตัดทอนภาพลักษณ์มาก แต่หาได้หมายความว่าเคล็ดวิชาปราณแท้ชั้นสองที่ก่อความอัศจรรย์นี้จะสิ้นความศักดิ์สิทธิ์ดังเดิมไม่
มันยังคงบรรจุความอัศจรรย์แห่งกายธรรม!กายธรรม: กายได้รับบาดเจ็บยิ่งรุนแรง พลังวิชาและวิชาเทพที่รับการเพิ่มพูนยิ่งทวี
สองสิ่งสอดประสาน กลับทำให้สภาพของลวี่หยางเหนือกว่าตอนมิได้รับบาดแผล ขณะนี้จิตสงบแน่วแน่ ประสานมือทำมุทราเอ่ยคาถา พลันเสียงฟ้าร้องกึกก้องบังเกิดขึ้น
“เสวียนตูเร้นลับสูงสุด พระราชวังสง่าทอดยอดชั่วนิรัน