ู้เหมือนกัน” เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหัว
ช่วงขณะนี้ ท่ามกลางเสียงหึ่ง ๆ ก็มีเสียงลมหวีดหวิวเบา ๆ ที่น่ากลัวผสมอยู่ด้วย
และที่มาของเสียง…
เฝ่ยไป๋ลู่จ้องไปยังดินสีดำที่อยู่ใต้เท้า สายตาระแวดระวังมาก
มีบางอย่างอยู่ในดิน ทั้งยังมีจำนวนมากด้วย!
ทว่าในที่รกร้างว่างเปล่าแห่งนี้ดันไม่มีต้นไม้สักต้น แม้แต่ทางเลือกให้บินหนีก็ไม่มี!
แสงจันทร์มืดลงเรื่อย ๆ ยันต์ที่เฝ่ยไป๋ลู่ใช้ส่องสว่าง กระนั้นก็ดูเหมือนจะไม่สามารถทะลุผ่านหมอกสีดำที่ลอยละล่องอยู่ได้ และบนพื้นดินก็เต็มไปด้วยความมืด
ทันใดนั้นเอง หญิงสาวก็เห็นแมลงขนาดเท่าหัวแม่มือจำนวนนับไม่ถ้วนโผล่ออกมาจากพื้นดิน พวกมันกำลังคลานอยู่บนพื้นอย่างหนาแน่น แล้วรุกเข้าหาเฝ่ยไป๋ลู่กับเหมียวจื่ออั๋งอย่างรวดเร็ว
‘ให้ตายเถอะ!’ เหมียวจื่ออั๋งตื่นตกใจ ตายแล้ว ตายแน่แล้ว แมลงมากมายขนาดนี้กินพวกเขาทั้งเป็นได้เลย!
แมลงหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับไม่มีที่สิ้นสุด แมลงสีดำที่มีอยู่ทั่วทุกที่ทำให้แยกแยะได้ยากว่าพื้นนั้นเป็นดินหรือแมลง
เสียงกระพือปีก เสียงคลาน และเสียงกัดฟัน ทุกเสียงดังแข่งกันเข้ามาในหูไม่หยุด ทำให้คนที่ได้ยินขนหัวลุกซู่
เมื่อเห็นแมลงเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าของเหมียวจื่ออั๋งทั้งหวาดกลัวและดุร้าย อย่าเข้ามานะ! ถึงต้องตาย ก็ไม่ยอมถูกแมลงกัดตายหรอก!
ทันใดมือของเขาก็ขยับโดยไม่รู้ตัว
ตอนนั้นเอง เสียงที่เย็นยะเยือกของหญิงสาวก็ดังขึ้นในสมองของเขา “อย่าข