ยับ นายฆ่าแมลงเยอะขนาดนี้ไม่ไหวหรอก!”
เสียงของเฝ่ยไป๋ลู่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ทำให้เหมียวจื่ออั๋งเชื่อฟังโดยไม่รู้ตัว และร่างของเขาก็แข็งทื่อเหมือนปลาเค็ม
ไม่ขยับ หรือว่าจะให้รอความตายงั้นเหรอ?
ถึงจะฆ่าแมลงได้ไม่หมด แต่ก็ฆ่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยังไงก็ดีกว่าตายเพราะขาดอากาศหายใจไม่ใช่เหรอ?!
จะไม่ทำอะไรเลย ก็ขี้ขลาดเกินไปแล้ว
เขาขี้ขลาดมายี่สิบกว่าปีแล้ว ไม่อยากขี้ขลาดจนตายหรอกนะ!
ในใจเหมียวจื่ออั๋งอยากจะร้องไห้
“นายคิดว่ามีกี่คนแล้วที่คิดเหมือนนาย? น่ากลัวว่าคนเหล่านั้นจะตายอยู่ที่นี่ กลายเป็นอาหารให้พวกมันกินอย่างมีความสุข”
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่ละสายตาจากแมลง เสียงที่สะท้อนในใจของเหมียวจื่ออั๋งทุ้มลง “ฟังสิ บางทีแมลงพวกนี้อาจจะรู้ตำแหน่งจากการฟังเสียง ไม่อยากตายก็อย่าขยับ ตอนที่พวกมันคลานผ่านนาย อย่าลืมกลั้นหายใจ”
“ยังมีอีกข้อ นี่ไม่ใช่แมลงธรรมดา มันคือแมลงซากศพ”
“พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า อย่าเปิดเผยความคิดชั่วร้ายของนายต่อแมลงซากศพ ไม่อย่างนั้นเพื่อกำจัดอันตราย ไม่ว่านายจะเคลื่อนไหวหรือไม่ก็ตาม พวกมันทั้งหมดจะคอยจับตาดูนาย ส่วนจุดจบที่เกิดขึ้นย่อมเป็น…การที่มันลอกผิวหนังนายออกเพื่อดื่มเลือด ดูดสมองจนแห้ง กัดกินนายจนกลายเป็นเปลือกว่างเปล่า”
‘ช่วยด้วย!’
ทำไมถึงรู้สึกว่าคำพูดของเฝ่ยไป๋ลู่น่ากลัวว่าแมลงอีก?
เหมียวจื่ออั๋งรู้สึกหนาววาบที่สันหลัง
ครั้นเขาคิดถึงการกระทำของตัวเองเมื่อครู่