ที่เหมือนเป็นการเดินเข้าสู่ทุ่นระเบิดไปทีละก้าว พร้อมส่งตัวเองไปตาย พลันน้ำตาก็แทบจะไหลออกมา
แมลงชนิดนี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว!
ปฏิกิริยาตอบสนองจากจิตใต้สำนึกของคนทั่วไปควรเป็นวิ่งหนี หรือต่อต้าน ใครจะคิดว่าความพยายามที่จะเอาชีวิตรอดจะพาตัวเองไปสู่ทางตัน!
หากเฝ่ยไป๋ลู่ไม่เตือนเขา เขาอาจกลายเป็นอาหารของแมลงซากศพไปแล้ว!
แมลงซากศพขนาดเท่าหัวแม่มือ ส่งเสียงหึ่ง ๆ แล้วปีนขึ้นมาบนหลังเท้าของคนทั้งคู่
เหมียวจื่ออั๋งขนลุกทั้งตัว รู้สึกเหมือนหนึ่งวินาทียาวนานนับปี
อีกทั้งเขากลัวว่าจู่ ๆ แมลงซากศพจะรู้สึกว่าเนื้อเขาหอมหวาน แล้วจะกัดเขา
“…” เฝ่ยไป๋ลู่ที่กำลังอ่านใจอยู่เงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยว่า “วางใจเถอะ ในเมื่อได้ชื่อว่าแมลงซากศพ ก็ต้องกินซากศพเป็นอาหาร ไม่แน่ว่าขนาดคนกันเองยังดูถูกเลือดและเนื้อของนายด้วยซ้ำ”
เหมียวจื่ออั๋งได้แต่มองหัวหน้า …บางเรื่องรู้อยู่ในใจแต่ก็ไม่ควรพูด ไว้หน้าเขาบ้างไม่ได้หรือไง?
ผ่านไปครู่หนึ่ง แมลงซากศพก็กรูกันข้ามเฝ่ยไป๋ลู่และเหมียวจื่ออั๋ง รีบมุ่งไปทางฝ่ามือที่หัก
แมลงซากศพไปรุมอยู่บนฝ่ามือที่หักมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเส้นโค้งขนาดใหญ่ มองจากระยะไกลเหมือนก้อนหินสีดำไม่มีผิด
ครั้นเห็นแบบนี้หลังของเหมียวจื่ออั๋งก็เปียกไปหมด
แค่บิดตัวน้ำก็ไหลออกมาแล้ว
ตอนนี้เขาได้ยินเสียงเคี้ยวดัง ‘กร๊วบ ๆ’ ของแมลงซากศพอย่างชัดเจน
ทันใดนั้นในท้องของเหมียวจื่ออั๋งก็เกิดความรู้สึกคลื