บตื่นสะท้าน ทว่ากลับเห็นรอบกายโดยไร้สัญญาณใด ๆ ปรากฏเปลวไฟสว่างโชติช่วงพวยพุ่งออกมา เพียงพริบตาก็ห่อหุ้มเผาผลาญเขาทั้งมวล ดวงตาที่แลเห็น มีเพียงแสงสุกสว่าง มิอาจกระดิกกายเคลื่อนหนีได้เลย!
‘นี่มันคืออะไรกัน!?’
โพธิสัตว์หลงเซ่อผานอิ๋งตื่นสะท้านอยู่ในใจ รีบเร่งประสานมือทำมุทรา สวดคาถา ดั่งจักจั่นทองลอกคราบ หลุดออกจากร่างกายทองคำ ก่อนจะขับแสงเร้นหลบหนีออกจากทะเลเพลิงไปได้
เมื่อหันกลับไป มองเห็นเพียงกายทองคำที่ถูกละทิ้งไว้ ถูกทะเลเพลิงกลืนเผา กลายเป็นเถ้าถ่าน
‘นี่…นี่มัน…’
โพธิสัตว์หลงเซ่อผานอิ๋งขบกรามแน่นอยู่ลึก ๆ ในใจ เงยหน้ามองเห็นอักษรที่ห้อยแขวนอยู่บนท้องฟ้า จึงเข้าใจได้ในบัดนั้นว่าตนพานพบสิ่งใดมา
‘กฎเกณฑ์นี้…อาศัยภาพลักษณ์แห่งตำแหน่งมรรคผลปรากฏขึ้นมา ควบคุมทั่วทั้งหล้า หากผู้ใดละเมิด ต่อให้เป็นเจินจวิน ก็ต้องถูกเพลิงสวรรค์ลงทัณฑ์เผาผลาญในบัดดล!’
โพธิสัตว์หลงเซ่อผานอิ๋งถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง
‘กำหนดกฎให้แก่แผ่นดิน ผู้ตามก็รอด ผู้ขัดก็ถูกพิฆาต…ช่างเป็นภาพลักษณ์ที่เผด็จการยิ่งนัก! สำคัญที่สุดคือ ไม่เพียงบังคับผู้มีระดับพลังต่ำ แม้แต่เจินจวินก็ยังถูกครอบงำได้!?’
ภาพลักษณะเช่นนี้ เทียบเคียงได้กับความอัศจรรย์ของตำแหน่งมรรคผลโดยแท้!
นี่สวรรค์ยังมีความเมตตาอยู่หรือไม่!?
โพธิสัตว์หลงเซ่อผานอิ๋งหวาดสะท้านอยู่ในใจ แต่ครั้งนี้กลับไม่กล้าหลบหนีอีกแล้ว หากแต่เห็นบนฟากฟ้าพลันมีเปลวเพลิงระเบิ