รองเจียงซี แต่หาใช่เงาร่างของพระผู้เป็นเจ้า
นี่คือโชควาสนาที่เหล่าผู้บำเพ็ญพากเพียรไขว่คว้ามิอาจได้มา หากแพร่งพรายออกไป อย่าว่าแต่วางรากฐานเลย แม้แต่เจินจวินก็คงต้องแย่งชิงจนหัวแตก
แม้แต่จ้าววิถีแห่งราชสำนักเต๋า ก็ยังไร้ถ้อยคำคัดค้าน
ชั่วขณะนั้นบัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียนแขวนลอยอยู่กลางเวหา เฝ้ารอคำตอบของลวี่หยางอย่างเงียบงัน และก็ทำให้เขาเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่
‘ใช่แล้ว จ้าววิถีราชสำนักเต๋าจะมีเหตุผลอันใดให้ปฏิเสธเล่า หากเราขับเคลื่อนเจียงซี ราชสำนักก็พลอยได้ประโยชน์ นี่คือเรื่องที่สองฝ่ายต่างกำไร ไม่เสียทีเป็นพระผู้เป็นเจ้า ทำการใดก็รอบคอบแนบแน่นเสมอ มอบแต่สิ่งตอบแทน ไม่มีวันผลักใครจนถึงทางตัน’
ลวี่หยางต้องยอมรับ ว่าเขาเริ่มหวั่นไหวเล็กน้อย
เพราะนี่คือโอกาสก้าวสู่สวรรค์ในชั่วพริบตา เพียงแค่พยักหน้ารับ เหล่าสงฆ์เจียงซีก็จะยอมสวามิภักดิ์โดยพลัน เขาก็สามารถไปทดลองแสวงหาโอสถทองคำ เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมรรคผลได้ทันที!
เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะครองราชสำนักเต๋า เบื้องหลังยังมีแดนสุขาวดีหนุนหลัง
จ้าววิถีผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชสำนักช่วยหนุน และเมื่อผนวกกับอำนาจแห่งตำแหน่งมรรคผลสูงสุด แม้เขาจะเพียงอยู่ในขั้นต้นแห่งมรรคผลโอสถทองคำ ก็ยังสามารถกลายเป็นบุคคลที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้!
“ท่านผู้บำเพ็ญ ยังมีสิ่งใดที่ท่านลังเลอีกเล่า?”
ธรรมลักษณ์ทั้งห้ากล่าวขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงใจ “เรามิได้เอื้อนเอ่ย