วหมองและดูแก่ขึ้นไปหลายปี เขามองทุกคนด้วยสายตาขุ่นมัว “ท่านแม่ทัพทั้งหลาย มาหารือกันเถิด ขณะนี้เราควรทำสิ่งใด?”
ใบหน้าซูเหวินเทียนแปรเปลี่ยนเป็นสีเทา “กองกำลังของเราเหลือเพียงครึ่งเดียว ข้าเกรงว่าอาจไม่สามารถต่อกรกับศัตรูได้อีกต่อไป ดังนั้นคงทำได้เพียงขอกำลังเสริม ข้าหวังว่าหลานกงและหยุนกงจะสามารถส่งกองทัพมาได้ หากมีทหารแห่งจักรวรรดิสามแสนนาย พวกเราคงสามารถเอาชนะสัตว์ประหลาดห้าหมื่นตัวนี้ได้อย่างแน่นอน!”
หลินมู่อวี่เหลือบมองและกล่าวว่า “จักรวรรดิไม่มีกองกำลังมากมายอีกต่อไป มีเพียงทหารเกณฑ์เท่านั้น หากต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง คงเท่ากับการส่งพวกเขาไปสู่ความตาย”
“เช่นนั้นเราจะทำสิ่งใดได้อีก เพียงรอความตายรึ?” ซูเหวินเทียนกัดฟัน
หลินมู่อวี่ไม่ต้องการโต้เถียงกับเขา
ขณะนี้แม้แต่นายพลอย่างหวังซีและฉือยิงก็ทำสิ่งใดไม่ถูก สัตว์ประหลาดเหล่านี้แข็งแกร่งมากราวกับเป็นสัตว์จากสรวงสวรรค์
ทันใดนั้นทหารนายหนึ่งเข้ามารายงาน “ท่านเซินเว่ยโหว พวกมันส่งทูตมาที่นี่ขอรับ”
“โอ้?”
หมินยวี่หลินกล่าว “ให้มันเข้ามา”
“ขอรับ!”
คันศรถูกง้างเล็งไปยังประตู ด้านใต้เมืองมี ‘มนุษย์’ ขี่ม้าศึกพร้อมมี ‘อสูร’ สองตนติดตามมา คนผู้นั้นถอดผ้าคลุมมองกลุ่มทหารมนุษย์บนกำแพงเมืองตงฉวง ก่อนจะควบม้าผ่านประตูเข้าไปขณะที่ริมฝีปากยกขึ้นราวกับเหยียดหยาม
กลุ่มนายพลของจักรวรรดิมองสัตว์ประหลาดอย่างใกล้ชิด พวกเขาอดไม่ได้ที่จะขม