าเป็นจางเหว่ยผู้มีหนวดเครารกรุงรัง ถือดาบยาวควบม้าก้าวออกมา
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะตาเฒ่าจาง”
หลินมู่อวี่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองจางเหว่ยพร้อมกับรอยยิ้มสดใสภายใต้แสงสลัวของคบเพลิง
“อืม…”
ร่างของจางเหว่ยสั่นเทา ก่อนรีบร้อนลงจากหลังม้าคุกเข่าเบื้องหน้าหลินมู่อวี่พร้อมประสานหมัด “ทะ…ท่านหลินมู่อวี่จริงๆ ใช่หรือไม่?”
หลินมู่อวี่ก้าวออกไปพยุงจางเหว่ยให้ลุกขึ้นก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคิดว่าข้าเป็นผีหรือ?”
จางเหว่ยจับแขนหลินมู่อวี่อย่างเบามือพร้อมหัวเราะ “ไม่…ไม่ใช่ผี ท่านยังไม่ตายจริงๆหรือ? ช่างเป็นข่าวดีเสียจริง ข้า…”
“ชู่!”
หลินมู่อวี่กระซิบ “อย่าเอะอะไป…พาข้าเข้าไปในเมืองก่อน ข้าอยากอาบน้ำ และช่วยหาชุดองครักษ์อวี้หลินให้ข้าด้วย”
“ขอรับ!”
จางเหว่ยยิ้มพลางประสานกำปั้น “แม้เมืองหลันเยี่ยนจะไม่ใช้ชุดเกราะอวี้หลินแล้ว ทว่ายังถูกเก็บไว้ในคลังของทหารอยู่ มาเถิดขอรับ…ข้าจะพาท่านไปที่ฐานกองทัพองครักษ์”
“อืม”
…
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดารานับพัน หลินมู่อวี่และจางเหว่ยควบม้าไปด้วยกันตามถนนทงเทียน
“ท่านหลินขอรับ เหตุใดจึงไม่ไปที่ตำหนักก่อน?”
จางเหว่ยกล่าวต่ออย่างตื่นเต้น “ท่านรู้หรือไม่ ทุกคนคิดว่าท่านตายไปแล้ว องค์หญิงซีและท่านผู้นำฉู่เหยาต่างคิดถึงแต่ท่าน ลองคิดดูเถิด…หากพวกเขารู้ว่าท่านจะยังมีชีวิต พวกเขาต้องดีใจมากเป็นแน่! ขณะที่องค์จักรพรรดินีกำลังหลับอยู่นี้ เหตุใดท่านจึงไปไปหานางเสียเล่า? ข้าสามาร