ถพาท่านเข้าพบพระองค์ได้โดยตรง เพราะตอนนี้ข้ามีตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการแห่งกองทัพองครักษ์”
“ไม่”
หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างขมขื่น “ข้าตายไปเกือบสามปี เจ้าคิดว่ามันเหมาะสมหรือที่จะเข้าพบนางในตอนนี้?”
จางเหว่ยหัวเราะพลางเกาหัว “ลืมไปเลย แม้ข้าจะไม่เข้าใจความรักของหนุ่มสาว ทว่าหากท่านต้องการเข้าพบพระองค์ ข้าว่าท่านคงต้องแต่งตัวใหม่”
หลินมู่อวี่เขินอาย “พูดเรื่องใดกัน”
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงฐานกองทัพองครักษ์ หลินมู่อวี่เข้าไปชำระร่างกายขณะที่จางเหว่ยคอยอารักขาอยู่หน้าประตูพร้อมกับเตรียมชุดเกราะไว้ให้ หลังจากอาบน้ำ โกนหนวดและตัดผมเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของเขาก็กลับมาหล่อเหลาดังเดิม จางเหว่ยเอ่ยชมเมื่อเห็นหลินมู่อวี่สวมชุดเกราะ “เกราะนี้ดูเข้ากับท่านเสียจริงนะขอรับ!”
“ฮ่าๆๆ”
หลินมู่อวี่กล่าว “ตาเฒ่าจาง…เล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าสามปีนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?”
จางเหว่ยพยักหน้า “หลังจากที่ท่านถูกลั่วหลานฆ่าตาย…คนในเมืองหลันเยี่ยนกว่าหนึ่งล้านคนถูกสังหารหมู่ จากนั้นองค์หญิงซีจากเมืองซีไห่ได้รวบรวมกองกำลังเผ่าอสูรหนึ่งแสนตน และกำลังคนอีกแสนห้าเข้าโจมตีเมืองหลันเยียน ส่วนเมืองหยาดสายัณห์ และเมืองซีไห่ส่งกองกำลังททหารและม้าเข้าบุกโจมตีเมืองห้าหุบเขา หลังการกวาดล้างครั้งใหญ่พวกข้าศึกได้กลับไปหลิงหนาน ทำให้ตอนนี้หกมณฑลในหลิงเป่ยกลับมาเป็นอาณาเขตของจักรวรรดิแล้ว”
“โอ้…” หลินมู่อวี่พึมพำ “ ซูมู่หยุนและถังหลานยอ