นไว้ราวกับโซ่เชื่อมให้กำแพงเมืองยังคงตั้งอยู่ได้
ใต้แสงคบเพลิงที่วูบไหว ถังเจิ้นเพ่งมองก่อนจะเอ่ยขึ้น “นั่นใช่กองทัพขององค์หญิงฉินอินหรือไม่?”
เว่ยโฉวก้าวออกไปมอง “ท่านแม่ทัพถังเจิ้นไม่รู้ แล้วข้าจะรู้ไหมเล่า?”
ถังเจิ้นไม่รู้จะอธิบายอย่างไร “ท่านเว่ยโฉว ข้าว่าต้องเป็นองค์หญิงฉินอินแน่นอน องค์หญิงซีอยู่ที่ใด ไปตามนางมาดูให้แน่ชัดได้หรือไม่?”
ท่ามกลางกองทัพที่กำลังควบม้า ซูอวี่ชูดาบยาวคอยคุ้มกันฉินอิน “จัดขบวนทัพรูปแบบป้องกัน อารักขาองค์หญิง”
“รับทราบ”
บรรดาทหารต่างเข้ามาห้อมล้อมฉินอินทั้งซ้ายขวา ทว่านางกลับยิ้มและเอ่ยขึ้น “ไม่จำเป็น กลับประจำตำแหน่งเถิด ต่อให้ทั้งแผ่นดินนี้จะทำร้ายข้า…ทว่าเสี่ยวซีไม่ใช่หนึ่งในนั้น”
ฉินอินควบม้านำหน้ากองทัพพร้อมกับปล่อยวิญญาณยุทธ์โซ่เทวะพันรอบตัว เงยหน้าไปยังเมืองและเอ่ยขึ้น “เสี่ยวซี นี่ข้าเอง…”
แสงสีทองระเบิดขึ้นฟ้าเหนือกำแพงเมือง ถังเสี่ยวซีควบคุมอารมณ์ไม่ได้จนกลายร่างเป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง หางเพลิงทั้งเก้าร่ายรำไปมาอยู่เบื้องหลัง ถังเสี่ยวซีควบคุมพลังและกระโดดลงจากกำแพงเมืองทันที กระทั่งลงสู่พื้นนางเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตาที่พรั่งพรู “เสี่ยวอิน มู่มู่ตายแล้ว…”
ฉินอินเองก็โศกศัลย์ไม่แพ้กัน “เสี่ยวซี…”
หญิงสาวสองพี่น้องสวมกอดกันด้วยความอาลัย ทั้งคู่ต่างเข้าใจความรู้สึกสูญเสียคนรักของกันและกัน ทุกอย่างไม่สามารถหวนคืนได้ เช่นเดียวกับฟืนที่ถูกเผาไหม้จนเห