้พ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินพยักหน้า “ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านตา อีกอย่าง…ท่านพี่ฉู่เหยา ข้าอยากให้ท่านพี่ขึ้นเป็นผู้นำแห่งสมาพันธ์โอสถ ท่านขัดข้องหรือไม่?”
ฉู่เหยาชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะตอบตกลง “ฉู่เหยาน้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพี่ฉู่เหยา”
“ขอบพระคุณหรือ…” ฉู่เหยาตะลึงงัน
ฉินอินคลี่ยิ้ม “เพื่อปกป้องเมืองหลวง ท่านฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนต้องยอมพลีชีพกลางสนามรบ ส่วนท่านพี่ฉู่เหยาที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์โอสถก็ช่วยดูแลข้าอย่างเต็มที่ตอนอยู่บนภูเขาหลงหยาน จักรวรรดินี้ติดหนี้บุญคุณตระกูลฉู่อย่างใหญ่หลวงนัก”
ฉู่เหยาเผยท่าทีเศร้าโศก “หากกล่าวเช่นนั้น คนที่จักรวรรดิควรจะติดหนี้บุญคุณคงเป็นอาอวี่และท่านผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงมากกว่า”
“ท่านเฟิงจี้สิง…” ฉินอินชะงัก “ตอนนี้ผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงอยู่ที่ใด?”
ซูอวี่ประสานกำปั้น “องค์หญิง ก่อนหน้านี้เฟิงจี้สิงนำกองกำลังสามหมื่นนายไปยังภูเขาเทียนชู่ และถูกทหารอาสาสามแสนนายเข้าโอบล้อม หลงเซียนหลินได้ล่อลวงเฟิงจี้สิงและฆ่ากองทัพทั้งสามหมื่นจนสิ้นที่หมู่บ้านแบดเจอร์ไฟ เฟิงจี้สิงในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว…เขาไร้จิตใจจะต่อสู้ ไล่ฝังศพทหารของตัวเองอยู่เช้าค่ำไม่ต่างจากคนเสียสติ กระหม่อมเคยส่งคนไปพาเขากลับมา ทว่าก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมาหมด”
ซูมู่หยุนกล่าวต่อ “เสี่ยวอิน เฟิงจี้สิงเป็นหนึ่งในเจ็ดแม่ทัพแห่งจักรวรรดิ ความสามารถในการนำทัพนั้นไม่น้อยไปกว่าหลงเซียนหลิน