ิสามหมื่นนายต้องกลายเป็นซากศพในค่ำคืนนี้…
ในป่าลาดชันไกลออกไป หลงเซียนหลินถูกมัดไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ ภายใต้แสงคบเพลิงเผยให้เห็นใบหน้าซีดขาว เขาตะโกนทั้งน้ำตา “จื่อเย่า! เหตุใดจึงโกหกข้า? เหตุใดจึงโกหกข้า!?”
ดวงตาจื่อเย่าเย็นชา “นายพลหลง เจ้าเป็นทหารแห่งจักรวรรดิอี้เหอ จงจดจำเหตุการณ์นี้ไว้ หากกองทัพจักรวรรดิทั้งสามหมื่นนายของเฟิงจี้สิงไม่ตาย จักรวรรดิอี้เหอก็จะไม่มีทางมั่นคง!”
“บัดซบ! ไอ้สารเลว!”
หลงเซียนหลินตะโกนดังลั่น “ปล่อยข้าไป รีบไปช่วยคน…รีบไป…เร็วเข้า!”
ทว่าไม่มีทหารคนใดกล้าเคลื่อนไหว จื่อเย่ากล่าวอย่างเย็นชา “หลงเซียนหลิน ในการนำทัพและต่อสู้ ข้าไม่เก่งเท่าเจ้า ทว่าเจ้าก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มเลือดร้อน เมื่อถึงเวลาต้องใช้อำนาจในการตัดสินใจ เจ้ายังต้องเรียนรู้อีกมาก ทหารอาสาเหล่านี้ข้าเป็นผู้นำมาจากหลิงหนาน เช่นนั้นพวกเขาจะกล้าขัดขืนคำสั่งข้าแล้วไปฟังเจ้าผู้เป็นเพียงนายพลชั่วคราวอย่างนั้นหรือ?”
หลงเซียนหลินมองไปยังกองไฟที่อยู่ห่างออกไปอย่างไร้เรี่ยวแรง ที่แห่งนั้นมีแต่ความโกลาหลและเสียงร้องโหยหวนดังลอยมากับสายลม เขาหลั่งน้ำตาและตะโกนขึ้นฟ้า “เฟิงจี้สิง! จงอยู่ต่อไปเฟิงจี้สิง! แม้จะชดใช้ทั้งชีวิตของหลงเซียนหลินก็ไม่สามารถชำระหนี้เลือดครั้งนี้ได้!”
…
เมื่อไฟมอดดับลง ก็ไม่มีเสียงร้องโหยหวนของทหารอีกต่อไป
ชุดเกราะเฟิงจี้สิงถูกเผาไหม้เป็นชิ้นๆ เขานั่งอย่างหมดอาลัยตายอยากท่ามกลางซากศพ ดาบ