ิดประตูและปล่อยเขาไป”
ทหารค่ายเขาเหินตกตะลึง “ท่านหลิน นี่มัน…ไม่ผิดกฎใช่ไหมขอรับ? ท่านแม่ทัพบอกว่าหลังเที่ยงคืนจะไม่มีใครสามารถเข้าหรือออกเมืองห้าหุบเขาได้”
“ข้าบอกให้ปล่อย เจ้าก็ต้องปล่อย อย่าพูดให้มากความ”
“ขอรับ!”
จางเหว่ยขี่ม้าผ่านไปอย่างเชื่องช้า ขณะเดียวกันเสื้อคลุมบนหัวหญิงสาวในอ้อมแขนก็ค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นใบหน้างาม นางพลันพูดเสียงแผ่วเบา “หูเสี่ยวอวิ๋น…ขอบคุณแม่ทัพหลินเจ้าค่ะ…”
หลินมู่อวี่โบกมือ “ไปเถิด”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพ…”
จางเหว่ยควบม้าและหายไปในความมืด ทหารทั้งสองนายของค่ายเขาเหินต่างก็เห็นหน้าหูเสี่ยวอวิ๋น พวกเขาตกตะลึงและหันหน้ามามองหลินมู่อวี่
“พวกเจ้ามิได้เห็นสิ่งใดทั้งนั้น หากใครบังอาจแพร่งพรายออกไป ข้าจะตามไล่ล่าอย่างไม่ปรานี!” ใบหน้าหลินมู่อวี่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
ทันใดนั้นทหารทั้งสองก็คุกเข่าลงพร้อมกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านแม่ทัพ ข้าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้แก่พี่น้องค่ายเขาเหินไปตลอดชีวิต!”
“มิต้องพูดแล้ว ไปเข้านอนซะ เราจะกลับเมืองหลันเยี่ยนในวันรุ่งขึ้น”
“ขอรับ!”
…
หลินมู่อวี่ตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความกังวลว่าจางเหว่ยจะไปถึงภูเขาหลงหยานอย่างปลอดภัยหรือไม่ อีกทั้งเขาเสียใจที่ยังไม่ทราบว่าหลงเซียนหลินอยู่ที่ใด หลงเซียนหลินเป็นแม่ทัพที่มีเมตตา หากเขาตายคงน่าเสียดายยิ่งนัก
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นกองทหารก็ได้เคลื่อนทัพมุ่งหน้าไปยังเมืองหลันเยี่ยน
มู่หยุนนั่งรถม้าที่ใ