ำทัพตามเข้าไป ด้วยวิธีนี้อาจทำให้หูเถี่ยหนิงยอมจำนนอย่างเลี่ยงมิได้”
“เยี่ยมยอด!”
ซูฉินแตะบ่าหลินมู่อวี่ “เป็นความคิดที่ดี ข้าลืมไปเลยว่าเจ้าเป็นผู้ชนะงานประลองยุทธ์และมีเหรียญตรามังกรทองอยู่ ทว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องไปเมืองห้าหุบเขาแล้ว ข้าเพิ่งได้รับข่าวมาว่าหลงเซียนหลินกำลังนำทัพไปยังเมืองหน้าด่านชางหนาน ดังนั้นเจ้าตามไปที่นั่นและใช้เหรียญตราเกณฑ์กำลังคนของมันมาได้เลย เท่านี้หลงเซียนหลินก็กลายเป็นมังกรไร้เขี้ยวเล็บแล้ว”
หลินมู่อวี่หันไปมองฉินอิน “แล้วฉินอิน…”
ซูมู่หยุนยิ้ม “อย่าได้ห่วงไปเลย ข้าจะพาเสี่ยวอินเข้าพิชิตชางหนานด้วยกัน ข้ามีหลานสาวเพียงคนเดียว รับรองได้ว่าจะไม่ให้นางได้รับแม้แต่รอยขีดข่วน แต่หากปล่อยให้อาอวี่ไปเมืองหน้าด่านชางหนานเพียงลำพังอาจเจอเรื่องไม่คาดฝันได้ ดังนั้นซูฉิน…เจ้าจงเลือกทหารฝีมือดีสักสามพันนายจากกองกำลังเขี้ยวกระบี่ให้ติดตามอาอวี่ไปเพื่อความปลอดภัย”
“ขอรับท่านพ่อ!” ซูฉินตอบรับ
ซูมู่หยุนกล่าวต่อ “เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น อาอวี่จงไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางแต่เช้าเถิด กองทัพของข้าก็จะออกตัวพรุ่งนี้เช่นกัน ต่อเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยให้ไปพบกันที่เมืองห้าหุบเขา ข้าจะได้พาเสี่ยวอิน ซูฉิน และซูอวี่ไปเมื่อหลวงเพื่อเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ เพราะนานมากแล้วที่อวิ้นจงไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนกระชับความสัมพันธ์กับหลันเยี่ยน!”
ฉินอินยิ้มกริ่ม “ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ!”
…
ท่าม