กลางท้องฟ้าราตรีที่มีแสงจันทร์กระจ่างและพร่างพราวได้ด้วยดวงดาว
ควันหอมจากกระถางกำยานที่ถูกจุดลอยคละคลุ้งไปทั่ว ห้องพักในจวนหยุนกงแห่งเมืองหยาดสายัณห์นั้นถูกออกแบบอย่างประณีต ทำให้ยามสะท้อนแสงจันทร์แล้วทั้งห้องดูสว่างผิดปกติ ด้านนอกมีสาวใช้สี่คนรอรับคำสั่งอยู่ตลอด
หลินมู่อวี่นั่งบนเตียงตั้งสมาธิใช้ตำราหลอมมังกรควบคุมจิตให้ช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บที่เหลืออยู่ โดยมีฉินอินนั่งจิบช้าอยู่ไม่ไกล
“ท่านพี่เจ้าคะ…”ฉินอินมองยังหลินมู่อวี่
“ว่าอย่างไรเสี่ยวอิน?” หลินมู่อวี่ยิ้มถาม
ฉินอินกล่าวตอบ “เสด็จพ่อทรงวางแผนให้ท่านพี่นำทัพ เหตุใดจึงปฏิเสธเล่าเจ้าคะ? ทั้งที่หากเรายืนกรานตามคำสั่งท่านลุงก็คงยอมแบ่งกองกำลังเป็นสองส่วนแล้วแท้ๆ กองทัพเขี้ยวกระบี่ของท่านลุงนั้นเป็นกองทหารชั้นยอดจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว เสด็จพ่อจึงออกคำสั่งให้ท่านพี่ได้เป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มนั้น ท่านพี่ไม่เข้าใจความเมตตาของเสด็จพ่อเอาเสียเลย…”
หลินมู่อวี่ยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปหาฉินอิน “มิใช่ว่าข้าไม่เข้าใจ แต่เป็นเพราะข้าเห็นท่าทีของท่านซูฉินที่แสดงออก กองทหารหมื่นนายเป็นทั้งเลือดและเนื้อของเขา หากเจ้าไปแบ่งแยก..เป็นใครก็คงไม่พอใจมิใช่หรือ?”
“เจ้าค่ะ…” ฉินอินพยักหน้า “เป็นความจริงอย่างที่ท่านพี่พูด แต่ว่า…หากภารกิจเสร็จสิ้น ความดีความชอบก็จะตกไปเป็นท่านลุงและท่านตา ข้าไม่คิดมากก็ได้เจ้าค่ะ…ถึงอย่างไรเสียทั้งคู่ก็เป็นครอบครัวข้า”
“ถูก