ต้อง…” หลินมู่อวี่ถอนหายใจเล็กน้อย ฉินจิ้นให้เขาคุ้มกันฉินอินมาส่งยังเมืองหยาดสายัณห์ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่สำหรับหลินมู่อวี่เขาไม่แน่ใจว่านี่เป้นผลลัพธ์ที่เขาต้องการหรือเปล่า นับวันเขายิ่งชื่นชมพ่อบุญธรรมของตนมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนฉินจิ้นจะเป็นจักรพรรดิที่มีความสามารถมากกว่าที่คาดไว้เสียแล้ว
…
ณ ห้องโถงจวนหยุนกง ซูฉินกระชับด้ามดาบและคุกเข่าลงข้างหนึ่งด้วยท่าทียำเกรง “ท่านพ่อ หากข้าทำพลาดโปรดลงโทษข้าอย่างสาสมได้เลยขอรับ!”
ซูมู่หยุนมองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าทำสิ่งใดลงไป?”
“ข้าไม่ทราบขอรับ…”
“ไม่รู้อย่างนั้นรึ?” ซูมู่หยุนเอ่ยถามด้วยแววตาแห่งความโกรธ “องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งให้เจ้าแบ่งกำลังเป็นสองฝ่ายให้หลินมู่อวี่ควบคุม เจ้ากล้าขัดคำสั่งของจักรพรรดิแล้วยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าผิดอะไร? หากเสี่ยวอินได้กลับตำหนักและรายงานเรื่องนี้เมื่อใด ตำแหน่งแม่ทัพคงได้หลุดออกจากบ่าเจ้าแน่”
ซูฉินชะงักเหงื่อแตกพลั่ก “ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะแก้ไขเรื่องนี้ได้อย่างไร…ท่านพ่อโปรดชี้นำข้าด้วย!”
ซูมุ่หยุนถอนหายใจ “เอาเถิด…เจ้าเป็นถึงลุงของเสี่ยวอิน นางได้การเลี้ยงดูมาอย่างดี มีไหวพริบและปราดเปรื่องคงไม่คิดทำสิ่งใดต่อต้านเจ้า ทว่าหลินมู่อวี่…”
“หลินมู่อวี่ทำไมหรือขอรับ?”
ซูมู่หยุนกล่าว “ข้าได้ตามดูชายผู้นี้มาเนิ่นนาน เขาช่างเป็นคนที่มั่นคงและเย็นชานัก จากที่ได้ยินข่าวลือมาเขาคือคน