จ้องหน้าหลินมู่อวี่และยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
อันที่จริงหลินมู่อวี่อยากจะพูดออกไปว่า ‘ข้าไม่อยากให้หมาป่านั่นเลียซ้ำรอยเดิมกับข้า’ ทว่าเขาไม่อยากดูเป็นคนหยาบคาย จึงเลี่ยงตอบความในใจให้คนเบื้องหน้าได้รับรู้ “ข้าไม่อยากให้เสี่ยวอินติดโรคร้ายจากสัตว์ป่า…”
ฉินอินทำท่าผิดหวัง “อ๋อ…เท่านั้นเองหรือเจ้าคะ?”
“แล้วเจ้าอยากให้ข้าตอบว่ากระไรเล่า?” หลินมู่วี่ย้อนถาม
ฉินอินทำหน้าบึ้งตึง “เก็บของและไปจากตรงนี้กันเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นคงไม่ถึงเมืองหยาดสายัณห์กันเสียที ป่านนี้ท่านปู่คงรอจนเป็นห่วงแล้ว”
“เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าจะไปหา…”
“ช่างเถิดเจ้าค่ะ!”
…
กลุ่มเดินทางเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย จากที่มีสองคนและม้าสองตัว ตอนนี้ได้เพิ่มเติมหมาป่าวาโยสีทองที่ตามหลังฉินอินเข้าไปอีก ดูเหมือนหลังจากที่เชื่อพันธสัญญากับมันแล้ว ฉินอินจะสามารถรับรู้ความรู้สึกนึกคิดของมันได้ นางจึงเอ่ยปากถามหลินมู่อวี่ “ท่านพี่รู้หรือไม่เจ้าคะหมาป่าน้อยคิดสิ่งใดอยู่ตอนนี้?”
“สิ่งใดหรือ?”
“มันกำลังคิดว่าม้าสองตัวนี้รสชาติแย่มาก ด้วยเนื้อเพียงนิดมีแต่กระดูกไม่พอเคี้ยวให้หายอยาก”
“อย่างนั้นหรือ?” หลินมู่อวี่หันหน้ามองหมาป่าวาโย “คิดจะกินม้าของเราหรือเจ้าอสูร? หึ! หากเจ้ากล้าแตะม้าสองตัวนี้แม่แต่ปลายขน ข้ารับรองว่าเจ้าได้ตายคามือข้าแน่”
หมาป่าวาโยมองหน้าหลินมู่อวี่ด้วยความกลัวก่อนจะหดหางและส่งเสียงออดอ้อนเข้าไปหาฉินอิน
ฉินอินหัวเราะ