ังยุทธ์เจ้าก็ไม่มีแล้ว หากเจ้ารับเหรียญนี้ไปก็คงพอเอาไปต่อยอดได้บ้าง ในฐานะผู้นำเจ้าไม่คิดหัวอกลูกน้องบ้างเลยรึ?”
ในที่สุดผู้นำทหารรับจ้างก็ยอมปริปาก “เศรษฐีคนหนึ่งชื่อหลิวจุนเป็นผู้จ้างวานให้เรามาสังหารสองพี่น้อง หลินอวี่และหลินอิน…เพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับตู้ยี่หมิง หากมีปัญหาข้องใจใดจงไปลงที่หลิวจุนผู้นั้นอย่ามายุ่งเกี่ยวกับเรา”
“เช่นนั้นก็รีบไสหัวไป”
หลินมู่อวี่โยนเหรียญเพชรลงบนพื้นให้ตามที่ตั้งใจไว้ มิเช่นนั้นหากคนพวกนี้กลับบ้านไปคงไม่มีแม้แต่เงินสักแดงไปซื้อวัวมาเลี้ยง
กระทั่งทหารรับจ้างหนีไปจนพ้นระยะสายตาแล้ว หลินมู่อวี่ก็ขมวดคิ้วครุ่นคิดก่อนจะกลับไปหาฉินอิน “เสี่ยวอิน ข้าว่าเราไม่ควรอยู่บริเวณนี้นานเกินไป หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จเราคงต้องรีบเดินทางคืนนี้ไปอย่างน้อยห้าสิบไมล์จนกว่าจะถึงลำธารข้างนาข้าว จากนั้นจึงค่อยพักแรมกันที่นั่นจนรุ่งสาง”
ฉินอินพยักหน้ารับ “ตามท่านพี่เห็นสมควรเจ้าค่ะ ลองชิมซุปดูก่อนเถิด เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
หลินมู่อวี่ชิมซุปเนื้อของฉินอินก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอม
“รสชาติถูกปากหรือไม่เจ้าคะ?”
“อืม…”
“แล้วเหตุใดจึงตอบเสียงเยี่ยงม้าเช่นนี้เล่า?”
“ข้าอยากถามว่า…เจ้าใส่เกลือไปเท่าไร?”
“มันเค็มถึงเพียงนั้นเชียวหรือเจ้าคะ?”
“ไม่…ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เป็นความผิดของเกลือต่างหาก…”
………………