ู่เพียงชายป่าเท่านั้น จะมีสัตว์วิญญาณแข็งแกร่งตนใดโผล่มาเล่า? อีกอย่างท่านพี่ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าจุดประสงค์หลักของพวกมันคือการสร้างอาณาเขต ดังนั้นไม่มีสิ่งใดต้องกังวลเจ้าค่ะ เพราะตามธรรมชาติพวกมันจะไม่ทิ้งรังไปไกล”
“อืม”
หลินมู่อวี่ยิ้มจางๆ “ข้าคงยังฝังใจจากการไล่ล่าของอสูรเทวา…”
“อสูรเทวาหรือ?”
ฉินอินเบิกตากว้าง “พวกท่านเจออสูรเทวาจริงหรือเจ้าคะ?”
“ใช่…หากไม่เป็นเพราะมัน ฮันเช่าคงไม่ตายต่อหน้าต่อตาเรา…”
“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ?”
“ครั้งที่สองที่ข้าเข้าป่าล่ามังกรเพื่อหาศิลาวิญญาณอรุณหกพันปีให้อวี่จื้อหยานเพื่อทำกระบี่ให้เจ้า” หลินมู่อวี่เอนกายลงหนุนหมอนแข็งพลางใช้มือหนุนหัวก่อนจะถอนหายใจและกล่าวต่อ “มันเป็นอสูรเทวาอายุหมื่นสามพันปี ซึ่งเราไม่มีทางเอาชนะมันได้เลย เป็นเพราะโชคช่วยถึงรอดชีวิตกลับมา”
“อสูรเทวาหมื่นปีเลยหรือ! นั่นมันสัตว์วิญญาณในตำนาน…” ฉินอินรู้เคืองเล็กน้อย “ข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย ต้องเป็นเพราะตาแก่เจ้าเล่ห์เฉอชงแน่ หึ! หากข้ากลับถึงตำหนักเจ๋อเทียนเมื่อไร ข้าจะสั่งลงโทษมัน!”
“อย่าเลย”
หลินมู่อวี่หันมามองหน้าฉินอิน “เสี่ยวอิน…หน้าที่ขององครักษ์อวี้หลินคือการคุ้มกันตำหนักเจ๋อเทียน และหน้าที่หาศิลาวิญญาณอันล้ำค่ามาให้ราชวงศ์เป็นของหน่วยองครักษ์อินทรี แม้เจ้าจะไม่รู้ว่าเฉอชงเป็นคนมอบภารกิจในแก่พวกข้า…แต่เสด็จพ่อรู้ ดังนั้นไม่มีประโยชน์อันใดที่จะสืบสาวต่อ เรื่องที่จบไปแล้วก็จงปล