้ำจนล้มตายกว่าร้อยคน
เพียงพริบตาเดียวกองทัพทหารค่ายเขาเหินที่บุกเข้ามาถูกลดจำนวนลงเหลือเจ็ดร้อยคนในพริบตา และส่วนใหญ่ถูกธนูยิงจนบาดเจ็บ
หลงเซียนหลินเจ็บปวดใจอย่างยิ่งจนมิอาจทนฝืนสู้ต่อไป เขารีบตะโกนสั่ง “ทุกคนถอย! เตรียมรถม้าไฟ!”
“รถม้าไฟรึ?”
หลินมู่อวี่เมื่อได้ยินดังนั้นก็ได้แต่สบถด่าหลงเซียนหลินผู้โหดเหี้ยมอยู่ในใจ เนื่องจากตอนนี้เป็นฤดูหนาวทำให้พืชพันธุ์ทั้งหมดอยู่ในสภาพแห้งแล้ง หากหลงเซียนหลินใช้ไฟเข้าโจมตีคงทำให้ทั้งภูเขาขวานไฟตกอยู่ในกองเพลิงเป็นแน่
จะปล่อยให้กองทัพทะลวงนภาและมังกรผงาดกว่าหมื่นคนถูกเผาทั้งเป็นไม่ได้!
หลินมู่อวี่ทุบกำปั้นใส่กำแพงหินก่อนจะตะโกน “หลงเซียนหลิน! ข้าได้รับคำสั่งให้กำจัดสำนักอัศวินทั้งหมด เจ้าคิดจะขัดขวางภารกิจข้าอย่างนั้นหรือ? ตอนนี้ข้าได้ส่งสาส์นไปขอกำลังเสริมจากเมืองหลันเยี่ยนแล้ว ในอีกไม่ช้าผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงกับทัพเสริมอีกห้าหมื่นนายจะมาที่นี่ เจ้าอยากเป็นศัตรูกับเฟิงจี้สิงและจักรวรรดิรึ?”
หลงเซียนหลินตอบกลับด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ “อย่างไรก็ตามการที่หลินมู่อวี่โจมตีทหารอวิ้นจงนั้นเป็นเรื่องจริง เจ้าได้ปฏิบัติตนไม่สมกับตำแหน่งแม่ทัพองครักษ์ทิศใต้ และต่อเมื่อแม่ทัพเฟิงจี้สิงมาถึงข้าผู้นี้จะเป็นคนอธิบายทุกอย่างเอง”
หลงเซียนหลินยังคนรู้สึกกลัวเล็กน้อยเมื่อกล่าวไปเช่นนั้น เพราะมีบางอย่างที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ ดังนั้นการปล่อยให้หลินมู่อวี่แพร่กระจ