รอสูรนั่นหายไปที่ใดกันแน่?
“ขอพระอัครมเหสีประทานตราประทับขององค์จักรพรรดิให้แก่ข้าน้อย อนุมัติการจับกุม”
ลวี่หยางหยุดยืนอยู่กับที่ เบื้องหลังคือผู้บัญชาการกองทัพทั้งห้า ทั้งหกยืนเรียงกันดุจเป็นคนผู้เดียว พระอัครมเหสีเห็นดังนั้น ดวงตาก็หดแคบลงทันใด
“พระผู้เป็นเจ้า?”
ความคิดนี้เพียงผุดขึ้นมา ปฏิกิริยาแรกของพระอัครมเหสีก็คือความเหลวไหลเจ้าพระผู้เป็นเจ้าบ้าคลั่งนี่ มาเยือนราชสำนักเต๋าหนหนึ่งแล้วยังไม่พอหรือ ยังกล้ามาอีกครั้ง? เหตุใดถึงไม่ไปยังเจียงหนาน เจียงเป่ย เพื่อประมือกับนิกายศักดิ์สิทธิ์หรือนิกายกระบี่บ้างเล่า?
ทว่าอีกฟากหนึ่ง ลวี่หยางกลับมีสีหน้ามืดหม่น
“พระอัครมเหสีอย่าได้ตรัสเหลวไหล ข้าน้อยดูอย่างไรถึงคล้ายพระผู้เป็นเจ้ากันเล่า?” ลวี่หยางหมุนกายหันไปยังผู้บัญชาการกองทัพทั้งห้า “พวกท่านว่าคล้ายหรือไม่?”
ผู้บัญชาการกองทัพทั้งห้าเอ่ยพร้อมกัน “ไม่คล้าย!”
พระอัครมเหสีจึงยิ่งปักใจแน่นอนว่าต้องใช่!
ครั้นคิดได้ดังนี้ พระอัครมเหสีกลับคืนสู่ความสงบร่างจำแลงของพระผู้เป็นเจ้าย่อมไม่มีวันยอมรับว่าตนคือพระผู้เป็นเจ้าอยู่แล้ว นางจึงเรียกอีกฝ่ายด้วยสรรพนามสหายนักพรตไปเสีย
“สหายตูฮ่วน คืนนี้ดูท่านจะวุ่นวายนัก”
“พระอัครมเหสี ข้าน้อยขนพองสยองเกล้า” ลวี่หยางเอ่ยเสียงเรียบ “แม้จะก่อให้เกิดความปั่นป่วนอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ข้าน้อยกระทำ ล้วนเพื่อราชสำนักเต๋าทั้งสิ้น”
“เพราะเหตุนี้จึงมาพร้อมผู้บัญชาการก