“ท่าน…จะไม่เข้าไปในเมืองหรือขอรับ?”
“ใช่ ข้าไม่ไป”
หลินมู่อวี่ประสานมืออย่างเคารพพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พวกเราคงต้องรบกวนท่านผู้ว่าและนายพลหวังเฮ่อเพื่อเตรียมสิ่งเหล่านั้นให้ทันที!”
“ขอรับ…”
จางอี้ต๋าและหวังเฮ่อตกตะลึง แต่ก็รีบไปอย่างรวดเร็ว
หลินมู่อวี่มองพวกเขาจากไปก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา “เราจะตั้งค่ายพักแรมในป่าสัตตะดาราที่อยู่ใกล้ๆ ห้ามปิดกั้นถนนสายหลัก และก่อกองไฟซะ คืนนี้เราจะพักผ่อน แล้วเคลื่อนทัพโจมตีศูนบ์บัญชาการสำนักอัศวินในวันรุ่งขึ้น!”
ฉีหยิงมองหลินมู่อวี่อย่างชื่นชม “ขอรับท่านแม่ทัพ!”
…
ค่ำคืนนี้ดวงดาวเต็มท้องฟ้าและอากาศเย็นยะเยือก อุณหภูมิลดต่ำลงราวกับหิมะจะตก
หลินมู่อวี่นำทหารม้าทั้งหมดมา ดังนั้นจึงต้องทำศึกโดยเร็วที่สุด หากทำไม่ได้…อาหารม้าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่! เมืองหยินซานเป็นเพียงเมืองเล็กๆ มีอาหารให้ม้านับหมื่นเพียงหนึ่งถึงสองวันเท่านั้น และคงจะลำบากมากหากศึกนี้ลากยาวเป็นเดือน
ภายใต้เปลวไฟที่สั่นไหว เว่ยโฉวเปิดแผนที่มณฑลชางหนานและชี้ไปที่เครื่องหมายสีแดง “ศูนย์บัญชาการของมณฑลชางหนานอยู่บนภูเขาชื่อว่า ‘ภูเขาขวานไฟ’ ภูเขาแห่งนี้ไม่สูงนัก แต่พื้นที่โดยรอบสูงชันมากราวกับด้ามขวานซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ตามข่าวกรองที่ได้รับมาปัจจุบันมีทหารมากกว่าสี่พันสองร้อยนายบนภูเขา พร้อมราชทูตใหญ่และสองราชทูต ฮ่าๆ…หนึ่งในราชทูตถูกท่านแม่ทัพสังหารไปแล้ว พวกมันคงเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อ