ช่นนี้?”
“เรื่องมันยาว…”
เฟิงจี้สิงขมวดคิ้ว “เดินและคุยไปพลางเถิด”
“ขอรับ!”
ทหารจักรวรรดิควบม้าและเข้าคุ้มกันพวกหลินมู่อวี่โดยมีเฟิงจี้สิงและจางเว่ยอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ขอรับ?” หลินมู่อวี่ถาม
เฟิงจี้สิงตอบ “มีราชโองการจากองค์จักรพรรดิให้กำจัดสำนักอัศวินทั้งที่กองกำลังจากเมืองอื่นๆ ยังไม่พร้อม ในขณะที่ฝั่งศัตรูแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ฉู่หว๋ายเหมี่ยนที่กลับจากการส่งอาวุธให้เมืองธุมเกตุเหมันต์ถูกพวกมันซุ่มโจมตี จนมีการต่อสู้เกิดขึ้นอย่างดุเดือด ส่งผลให้ทหารหลายคนได้รับบาดเจ็บกระทั่งฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเองก็ด้วย”
หลินมู่อวี่ตกตะลึง “พระเจ้า…ท่านพี่ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนบาดเจ็บงั้นรึ? ใครเป็นคนนำทัพฝั่งศัตรู? พวกมันแข็งแกร่งถึงขนาดทำให้ท่านพี่บาดเจ็บเชียวหรือ?”
เฟิงจี้สิงพยักหน้า “จากการสืบสวนพบว่าพวกมันเป็นสมาชิกสำนักอัศวินจากมณฑลตี่ฉิง มีราชทูตใหญ่หนึ่งคน ราชทูตทั่วไปสามคน ทหารเหรียญทองเจ้โคน และสมาชิกทั่วไปอีกว่าสองพันห้าร้อยคน ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนที่นำกองกำลังไปเพียงเจ็ดร้อยคนจึงไม่แปลกที่จะพ่ายแพ้ ทว่าด้วยความแข็งแกร่งของตาแก่ฉู่จึงทำให้ราชทูตใหญ่ของพวกมันเจ็บหนักและสังหารสามราชทูตกับเจ็ดทหารเหรียญทองลงได้”
เฟิงจี้สิงหันมองหน้าหลินมู่อวี่และกล่าวต่อ “เจ้าโดนซุ่มโจมตีบ้างหรือไม่อาอวี่?”
“อืม”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “เราถูกโจมตีสองครั้งจากสำนักอัศวินทั้งขาไปและขากลับ โชคดีที