่เราไม่ได้เสียคนมากมีเพียงทหารยี่สิบเอ็ดคนเท่านั้นเพราะพวกมันส่งคนมาเพียงห้าร้อยคน หากต้องเจอกับกองกำลังสองพันห้าเหมือนท่านพี่ฉู่ข้าคงไม่มีโอกาสได้กลับมา”
เฟิงจี้สิงถอนหายใจ “บัดซบ…ไอ้สำนักอัศวินขยะนั่นคงอยากหักหน้าองค์จักรพรรดิ…”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ตลอดห้าวันนี้ไม่เพียงตาแก่ฉู่เท่านั้นที่ออกเดินทางพร้อมกองกำลัง ยังมีทหารอีกหลายคนที่ถูกส่งไปทำภารกิจ ทว่ากลับมีเพียงเจ้าสองคนเท่านั้นที่ถูกซุ่มโจมตี อาจเป็นเพราะเพิ่งได้รับสมญาสี่วีรบุรุษแห่งเมืองหลันเยี่ยน…แม่ทัพวาโย พิรุณ อสนีและอรุณ ทำให้ตกเป็นเป้าหมายของสำนักอัศวินนั้น เพราะหากมันฆ่าเจ้าหรือตาแก่ฉู่ได้สำเร็จ มันต้องเข้าจู่โจมจักรวรรดิเป็นแน่…”
หลินมู่อวี่กัดฟันกรอด “สำนักอัศวินได้สาปส่งองค์จักรพรรดิและสร้างคำลวงว่าพระองค์เป็นจักรพรรดิที่กดขี่ประชาชน หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปพระองค์ต้องสูญเสียความไว้วางใจจากประชาชนเป็นแน่”
“คิดเช่นนั้นหรือ?”
เฟิงจี้สิงพยักหน้ารับ “เราหยุดคุยกันเพียงเท่านี้ดี เจ้าควรเร่งกลับตำหนักเจ๋อเทียนไปรายงานแก่องค์จักรพรรดิเสียดีกว่า”
“แล้วอาการบาดเจ็บของท่านพี่ฉู่เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ยังพอไหว กระดูกซี่โครงหักหลายซี่คงสู้อีกไม่ได้อย่างน้อยก็ครึ่งเดือน แต่ถือว่าดีแล้วที่ได้พักรบทั้งยังมีเวลาไปหาเจิ้งเซียงอีกด้วย”
หลินมู่อวี่ยิ้มกล่าว “ท่านพี่เฟิงเองก็อยากเห็นท่านพี่ฉู่และแม่นางเจิ้งเซียงสมหวังกันใช่หรือไม่?”
“แน่