สัมผัสได้ถึงอสูรหลายตัวบนพื้นหิมะ มันมีเท้าสามกีบเคลือบเพชร เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันคือตัวอะไร?”
“หมาป่าลายพยัคฆ์หรือ?”
เว่ยโฉวตกตะลึงขณะพูด “กล่าวกันว่าหมาป่าลายพัคฆ์นั้นมีทหารจักรวรรดิคอยฝึกเพื่อใช้เป็นนักล่าอยู่ มันมีขนาดตัวที่และเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมาก ที่สำคัญประสาทรับกลิ่นของมันดีกว่าสุนัขร้อยเท่า จึงเหมาะแก่การใช้สะกดรอยตามอย่างมาก และจากลักษณะที่ท่านบอกมา…เป็นไปได้ว่ามันคือหมาป่าลายพยัคฆ์ขอรับ”
“แล้วเป็นไปได้หรือไม่ว่าหมาป่าที่ตามเรามานี้ถูกฝึกโดยเมืองห้าหุบเขา?” หลินมู่อวี่ถาม
“ยากที่จะบอกแต่…”
เว่ยโฉวขมวดคิ้ว “เมืองห้าหุบเขานั้นมีกองกำลังอันแข็งแกร่ง ทั้งหลงเซียนหลินเองก็มีความสามารถอันน่าทึ่ง หากมีเขาอยู่การจะฝึกหมาป่าลายพยัคฆ์นั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก หากเราถูกสะกดรอยจริง…จะทำอย่างไรดีขอรับ?”
หลินมู่อวี่กล่าว “คืนนี้สั่งให้กองกำลังเตรียมอาวุธและพร้อมต่อสู้ทุกเมื่อจนถึงรุ่งสาง ผูกม้าไว้ในค่ายอย่าปล่อยให้หลุด เราจะตั้งรับจนกว่าอีกาส่งสาส์นจะกลับมา ศัตรูที่จะมานั้นเหนือกว่าเรามาก หากสู้ไหวจงสู้ อยากสู้ไม่ได้ให้ถอย ม้าเราเป็นม้าตะวันตกใช้หนีได้เร็วกว่าศัตรูเราแน่นอน”
“ขอรับ!”
กองทหารเร่งทานอาหารกันอย่างรวดเร็ว กระทั่งแล้วเสร็จตอนดึก
หลินมู่อวี่ยังคงตื่นอยู่ เขาผูกม้าไว้ในค่ายก่อนจะกระโดดขึ้นบนหินก้อนใหญ่และกวาดหิมะโดยรอบออก ชุดคลุมยาวถูกนำมาสวมทับร่างกายสายตาคมสอดส่องไปทั่วป่า