ขณะเดียวกันก็ปล่อยทักษะชีพจรวิญญาณออกไป ด้วยพลังยุทธ์ในตอนนี้ทำให้เขาสามารถได้ยินทุกการเคลื่อนไหวในระยะห้าไมล์ได้ซึ่งมีประโยชน์ยิ่งกว่าอีกาสอดแนมนัก
เพราะเดินทางมาทั้งวันแล้ว หลินมู่อวี่จึงเริ่มรู้สึกเหนื่อย
เปลือกตาหลินมู่อวี่เริ่มหนักอึ้ง เขากระชับกระบี่ไว้ในมือก่อนจะผล็อยหลับไปบนก้อนหิน ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร กระทั่งทักษะชีพจรวิญญาณสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งได้ มีคนกลุ่มใหญ่กำลังเข้ามาในรัศมีทักษะ หลินมู่อวี่รีบลืมตาขึ้นทันควันก่อนจะลงจากหินมุ่งหน้าไปยังค่าย “เตรียมตัว มีคนกำลังมา!”
เว่ยโฉวกลับมายังค่ายพร้อมเอ่ยขึ้น “อีกายังไม่กลับมาเลยขอรับ!”
“ไม่ต้องรอแล้ว ทุกคนเตรียมม้า! เราจะเคลื่อนไปทางตะวันตกแล้วทำการซุ่มโจมตี!”
“ขอรับ!”
ทหารทุกนายเคลื่อนพลไปยังจุดซุ่มโจมตีอย่างคล่องแคล่ว รอยกีบม้าที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าบนพื้นหิมะลบเลือนอย่างรวดเร็ว ต่อเมื่อทำการครอบปากม้าแล้ว ทุกคนจึงเข้าประจำตำแหน่งใช้สายตาคอยสอดส่องเป้าหมายจนกว่าพวกมันจะมา
“พรึบๆๆ”
อีกาบินกลับมาหาทหารองครักษ์ที่สามารถสื่อสารกับมันได้ พอฟังเสียงอีการ้องนายทหารก็รีบแจ้งข่าวทันที “กลุ่มคนราวห้าร้อยคนกำลังมุ่งมาทางนี้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มใดขอรับ”
หลินมู่อวี่พยักหน้ารับ อันที่จริงทักษะชีพจรวิญญาณของเขาก็ตรวจจับได้ว่ามีกองกำลังห้าร้อยคน โดยคนที่แข็งแกร่งที่สุดมีพลังยุทธ์อยู่ขอบเขตปฐพีขั้นสาม อีกส่วนน้อยอยู่ขอบเขตมนุษย์ และ