างรวดเร็วเมื่อเซี่ยโหวซางปลิดชีพทหารจากสำนักอัศวินคนสุดท้ายได้ ทหารกว่าสองร้อยนายถูกสังหารเรียบในขณะที่ทหารจักรวรรดิบาดเจ็บเพียงไม่กี่คนเท่านั้น นับว่าเป็นการชนะอย่างขาดลอย
“ถุย!”
เซี่ยโหวซางถ่มน้ำลายรดศพด้วยสายตาเกลียดชัง “คิดจะบุกโจมตีอาณาจักรด้วยพวกขยะนี่อย่างนั้นรึ? อย่าฝันเฟื่องให้มากนัก!”
เว่ยโฉวกล่าว “หลังจากนี้ทำอย่างไรต่อขอรับท่านผู้บัญชาการ?”
หลินมู่อวี่เช็ดคราบเลือดจากทวนหลีฮวาออก “หาของมีค่าจากศพแล้วฝังพวกมันเสีย เราจะออกจากที่นี่พรุ่งนี้เช้า”
“ขอรับ!”
เซี่ยโหวซางบ่นพึมพำ “เหตุใดเราต้องฝังพวกกบฏนี่ด้วย? ข้าว่าปล่อยมันทิ้งไว้ให้พวกอสูรมากิน หรือตัดหัวเสียบประจานให้ใครก็ตามที่คิดจะเป็นปฏิปักษ์ต่ออาณาจักรนี้รับรู้ จะได้ไม่มีใครกล้าคิดต่อต้านเราอีกจะดีกว่านะขอรับ”
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้วกล่าว “หากทำเช่นนั้นเราจะกลายเป็นสุนัขรับใช้จักรวรรดิอย่างที่เขาว่า องค์จักรพรรดิฉินจิ้นทรงปกครองแผ่นดินนี้ด้วยความกรุณา คงไม่คิดจะส่งสาส์นด้วยวิธีโหดร้ายเยี่ยงนี้แน่”
เซี่ยโหวซางตกตะลึงใครคำพูดของหลินมู่อวี่พลางคำนับก่อนจะเอ่ยขึ้น “ขออภัยด้วยขอรับท่านผู้บัญชาการ ข้าไม่ทันได้ตระหนักถึงเรื่องนั้น”
“ไม่ต้องขอโทษข้าก็ได้ รีบไปกันเถิด”
“ขอรับ!”
เว่ยโฉวกลับมาพร้อมกับกระดาษเปื้อนเลือดม้วนหนึ่งหลังจากหายไปไม่นาน “ข้ามีบางสิ่งมาให้ท่านดูขอรับ””
“สิ่งใดหรือ?”
“เป็นใบอนุญาตผ่านทางขอรับ”
หลินมู่อวี่คว้าม้ว