นกระดาษมาเปิดดู แม้เนื้อหาส่วนใหญ่จะมีคราบเลือดบังอยู่ ทว่าตรงหัวกระดาษยังคงอ่านได้ชัดเจน เมื่อสำรวจแล้วพบว่าเป็นใบอนุญาตเพื่อให้สมาชิกสำนักอัศวินหนึ่งร้อยคนผ่านทางจากมณฑลชางหนานไปมณฑลหลิงเป่ยได้โดยมีตราผู้ว่าเมืองชางหนานรับรองอยู่
เว่ยโฉวเอ่ยขึ้น “หูเถี่ยหนิงผู้ว่าการแห่งชางหนานช่างอาจหาญนัก บังอาจขัดพระราชโองการขององค์จักรรพรรดิที่ให้กำจัดสำนักอัศวิน ทั้งยังออกใบอนุญาตผ่านทางให้อีก”
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าใบอนุญาตนี้ออกก่อนมีรับสั่ง?”
“เป็นไปไม่ได้ขอรับ” เว่ยโฉวตอบอย่างมั่นใจ “องค์จักรพรรดิได้ส่งสาส์นไปทั่วราชอาณาจักรหลังเหตุลอบปลงพระชนม์ ณ ตำหนักกวางโศกา ทว่าใบอนุญาตนี้เพิ่งถูกประทับตราเมื่อห้าวันก่อนนี้เองขอรับ”
หลินมู่อวี่ม้วนใบอนุญาตเก็บเข้าถุงสรรพสิ่งพลันเอ่ยขึ้น “จงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นในเรื่องนี้เสีย”
เว่ยโฉวตอบรับ “ขอรับ!”
หูเถี่ยหนิงเป็นถึงผู้ว่าการมณฑลและมีทหารใต้บัญชาเกือบหมื่นนายคงไม่คิดเคลื่อนไหวอย่างสุ่มเสี่ยงโดยไร้แผน กระดาษเพียงแผ่นเดียวยังไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ว่ามีความผิด อันที่จริงหลินมู่อวี่กำลังเดินทางไปปมณฑลชางหนานเพื่อขอความช่วยเหลือจากหูเถี่ยหนิงเรื่องดอกผิงเม่ย ต่อเมื่อได้สิ่งที่ต้องการค่อยสะสางเรื่องนี้ก็ยังไม่สาย
สามวันต่อมา ทหารม้าจักรวรรดิเดินทางถึงเมืองห้าหุบเขาในมณฑลชางหนาน ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดเมืองที่ใหญ่ที่สุดในจักรวรรดิ เมืองนี้มีประชากรทั้งหมดสองล้าน