ะองค์หญิง!”
สาวใช้เดินกลับมาพร้อมผ้าห่มขนสัตว์สีขาวขอบทองซึ่งดูมีราคามาก ฉินอินเอื้อมมือไปรับก่อนที่ดวงตาคู่งามจะมองหลินมู่อวี่อย่างเปิดเผย “นี่คือผ้าห่มจิ้งจอกหิมะ และข้าเป็นผู้ปักดอกจื่อยินด้านข้างเอง…พี่อาอวี่กำลังจะออกเดินทางไปมณฑลชางหนานซึ่งต้องใช้เวลาราวสามถึงห้าวัน ค่ำคืนนี้คงจะหนาวเย็นมาก จงใช้ผ้าห่มผืนนี้เสีย มิเช่นนั้นอาจไม่สบายได้”
หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “เสี่ยวอินเอาใจใส่ถึงเพียงนี้…”
“อืม…ท่านคิดว่าอย่างไร?” เสี่ยวอินราวกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ขณะที่ทำปากมุ่ย “พี่อาอวี่ต้องดูแลตัวเองให้ดี แม้ร่างกายและจิตวิญญาณจะแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป ทว่าก็ยังสร้างจากเลือดเนื้อ หากไม่ดูแลตัวเอง ท่านอาจไม่สบายกลับมาได้ เช่นนั้นคงต้องลำบากข้าและเสี่ยวซีดูแล”
“ไม่แน่นอน” หลินมู่อวี่รู้สึกอบอุ่นหัวใจขณะที่กอดผ้าห่ม “เสี่ยวอินและเสี่ยวซีวางใจเถิด ข้าดูแลตัวเองได้ ดูสิข้าอายุเท่าไหร่แล้ว เจ้าอายุเพียงยี่สิบปี ขณะที่ข้าอายุยี่สิบสี่แล้ว อายุมากกว่าถึงเพียงนี้ หากดูแลตัวเองไม่ได้ สี่ปีที่มากกว่านั้นคงสูญเปล่า”
ฉินอินหัวเราะ “อือ พี่อาวี่พูดถูก!”
จากนั้นถังเสี่ยวซีเดินมาด้านหน้า “มู่มู่ อย่าบอกลาแต่เสี่ยวอินผู้เดียวสิ ข้าก็เตรียมบางสิ่งมาให้เจ้า!”
“โอ้? มันคือสิ่งใดหรือ?”
“ทหาร นำมันออกมา”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ทหารหลายนายของจวนเดินถือห่อผ้าสีขาวที่ส่งกลิ่นหอมจางๆ ถังเสี่ยวซีเปิดออกห่อหนึ่งแล้วพูดท