ั้งรอยยิ้ม “นี่คือเนื้อหอมกรุ่น ขากระต่ายหิมะ และผลไม้เพื่อช่วยย่อยอาหาร เจ้าต้องการมันขณะเดินทาง”
หลินมู่อวี่อึ้ง หญิงสาวทั้งสองเอาใจใส่เขาจนแทบน้ำตาไหลด้วยความปีติ หลินมู่อวี่จึงวางผ้าห่มลงบนหลังม้า ก่อนจะส่งห่ออาหารให้เว่ยโฉวและเซี้ยโหวซาง “ขอบคุณมากเสี่ยวซี เจ้าช่างเอาใจใส่เช่นเดียวกับเสี่ยวอิน”
ถังเสี่ยวซีตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ “รีบกลับมาล่ะ เพียงเดินทางตามถนนสายหลักนี้ เจ้าเป็นองครักษ์รักษาพระองค์พร้อมทหารติดตามมากมาย พวกโจรและทหารรับจ้างเหล่านั้นคงมิกล้าทำร้ายเจ้า”
“อืม ข้ารู้ เช่นนั้นข้าไปล่ะ!”
หลินมู่อวี่ขึ้นไปบนม้าและมองไปที่สาวงามทั้งสอง ก่อนจะแสดงท่าทางจริงจังโดยการวางมือขวาที่หน้าอกพร้อมก้มหัวเล็กน้อย ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพเฉกเช่นทหารแห่งจักรวรรดิ
การคำนับของหลินมู่อวี่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ทว่าการแสดงออกที่สงบนิ่งและจริงจังพร้อมทั้งชุดของวิหารที่ปลิวไสวทำให้หลินมู่อวี่ดูเหมือนวีรบุรุษมากขึ้น ทันใดนั้นหัวใจของฉินอินและเสี่ยวซีก็เกิดความสับสนวุ่นวาย ฉินอินเงยหน้าขึ้นมอง “พี่อาอวี่รีบกลับมาล่ะ”
“อืม ข้าไปล่ะ”
หลินมู่อวี่ถอยหลังพร้อมตะโกน “เคลื่อนทัพ!”
ม้าศึกส่งเสียงร้องยาวพร้อมเสียงเท้าม้าดังก้อง ขณะที่พวกเขาเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลันเยี่ยนอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลุ่มของหลินมู่อวี่ลับสายตา ฉินอินก็ถอนหายใจราวกับสูญเสียบางอย่างในใจ นางเอื้อมมือไปหยิบกระบี่จื่อยินและสัมผัสพลั