งงานระดับปราชญ์อันแข็งแกร่งที่ส่งออกมาจากใบดาบ หัวใจนางพลันรู้สึกอบอุ่นอีกครั้งขณะที่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวซี เรากลับตำหนักเจ๋อเทียนกันดีไหม?”
“อืม”
ถังเสี่ยวซีทอดสายตาออกไประยะไกล ก่อนจะควบม้าตามฉินอิน
…
กองทหารควบม้าไปตามถนนสายหลัก เมื่อถึงเวลาพลบค่ำก็มีผู้สัญจรบางตาลงเรื่อยๆ เว่ยโฉวควบม้ามาด้านหน้าและเอ่ยถาม “ท่านหลิน จะมีจุดพักอีกสิบไมล์ด้านหน้า คืนนี้ควรพักแรมที่นั่นไหมขอรับ?”
“ไม่จำเป็น”
หลินมู่อวี่จับบังเหียนแน่น “เราจะเดินทางต่อ และหยุดตั้งค่ายพักแรมในกลางดึก”
“ขอรับ!”
เวลาผันผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งดวงดาวประดับเต็มฟากฟ้า ไม่นานก็กลายเป็นเวลาดึกสงัด ทว่าพวกเขายังห่างไกลจากจุดหมาย หลินมู่อวี่ยกมือออกคำสั่ง “เราจะสร้างค่ายพักแรมในป่าบริเวณนี้ และออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น”
“ขอรับท่านผู้บัญชาการ!”
ทหารทุกคนลงจากหลังม้า และหน่วยวิญญาณอัคนีเริ่มเตรียมอาหาร ส่วนหลินมู่อวี่เดินไปผูกม้าและให้อาหาร จากนั้นก็ชักกระบี่วิญญาณมังกรออกลาดตระเวน เมื่อสำรวจบริเวณโดยรอบก็พบว่าเป็นพื้นที่รกร้างไร้ผู้คนหรือแม้แต่ร่องรอยของสัตว์ป่า ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้จะค่อนข้างเงียบสงบ
นั่นเป็นเรื่องดี…สงบสุขก็ดีกว่าวุ่นวาย
หลังทานอาหารเสร็จหลินมู่อวี่ก็เอนตัวลงที่มุมกระโจมเพื่อพักผ่อนและห่มผ้าขนสัตว์จิ้งจอกหิมะที่ฉินอินมอบให้ เขาพลันรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ฉินอินและเสี่ยวซีต่างก็เป็นเด็กสาวที่เอาใจใ