ัวสั่น ถึงกระนั้นก็ทำได้เพียงนิ่งเงียบ…เพราะต่างรู้ดีว่าหลินมู่อวี่เป็นถึงบุตรบุญธรรมของจักรพรรดิ จึงไม่แปลกหากจะได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับฉินอินเช่นนี้
จวนใกล้เวลาอันสมควรในช่วงบ่าย ฉินอินที่มีอาการเมาเล็กน้อยนั่งลง ณ ที่นั่งสำหรับชมการประลองด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ เฝ้ามองไปยังลานกว้างรอให้งานเริ่ม
ผู้เข้าประลองสิบสองคนสุดท้ายต่างขึ้นชื่อเรื่องความบ้าบิ่น
เมื่อถูกจับมารวมตัวกันจึงค่อนข้างดูแปลกเล็กน้อย ตารางการแข่งขันถูกแบ่งไว้สองกลุ่ม กลุ่มละสี่คนเพื่อหาผู้ชนะแปดคนสุดท้าย นั่นหมายความว่าสี่ในสิบสองคนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มจะผ่านเข้ารอบแปดคนทันที! และโชคดีที่หลินมู่อวี่ เฟิงจี้สิง และฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนคือสามในสี่ที่ผ่านเข้ารอบ! เฟิงจี้สิงดีใจมากที่ตนไม่ต้องต่อสู้ในรอบนี้
หลินมู่อวี่เองก็แอบดีใจที่ผ่านเข้ารอบได้โดยที่ไม่ต้องเสียแรง ในการประลองช่วงเช้าเขาใช้ปราณยุทธ์ไปบ้างแล้ว และการต่อสู้หลังจากนี้คงต้องใช้พลังอย่างมากเพราะต้องเจอกับยอดฝีมืออีกหลายคน
…
การประลองทั้งสี่คู่จบลงอย่างรวดเร็ว โดยมีท่านพี่ฉินที่ชนะเข้ารอบแปดคนอย่างสวยงาม…ตามด้วยอวี่เหวินเหลียน หลินฉางชิง และมู่หรงโจว กระดานทองคำประกาศชื่อของผู้เข้ารอบทั้งแปด ได้แก่ เฟิงจี้สิง ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยน ฉินเหลย ฉินเหยียน หลินมู่อวี่ อวี่เหวินเหลียน หลินฉางชิง และมู่หรงโจว ซึ่งหลินฉางชิงและมู่หรงโจวเป็นถึงแม่ทัพระดับสี่ในเขตมณฑลของตน เข้าร่วมกองทัพ