ม้จะพบเจอกับสัตว์วิญญาณมานับไม่ถ้วนแต่อสูรตนนี้มีพลังชีวิตมากอย่างเหลือเชื่อ
“จบสิ้นเสียที…”
หลินมู่อวี่ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น จับหัวอสูรเทวาไว้ในมือก่อนจะเอ่ยขึ้น “อสูรตนนี้ทำร้ายมังกรนภาแม่ลูกจนบาดเจ็บ และเมื่อมันสบโอกาสก็เข้าโจมตีพวกเราต่อ ตั้งแต่ที่ติดตามพวกข้ามาจากป่าแห่งภูตพรายจนถึงเมืองหลันเยี่ยนนี้ เจ้าคงไม่คิดว่าต้องมาพบชะตากรรมโหดร้ายเช่นนี้สิท่า?”
เว่ยโฉวเดินมาแตะมือบนไหล่หลินมู่อวี่ ก่อนจะพูดพลางหัวเราะ “เป็นเพราะผู้บัญชาการตอนนี้เราถึงไม่ต้องกลัวอสูรเทวาที่ไหนจะมาฆ่าเราอีก!”
ช่างยินดียิ่งที่เอาชีวิตรอดมาได้
หลินมู่อวี่ยิ้มด้วยสีหน้าเจ็บปวดเนื่องจากเว่ยโฉวกดโดนแผลตนโดยไม่รู้ตัว
“ขออภัย! ข้าลืมว่าท่านบาดเจ็บอยู่ ข้าน้อยสมควรตาย!” เว่ยโฉวผละมือมาคำนับโดยเร็ว
หลินมู่อวี่ฝืนยิ้ม “เงยหน้าขึ้นเถิด…ข้าไม่เป็นไร พวกเจ้าคงเหนื่อยกันมาก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จัดการอสูรตนนี้ลงได้ ถึงกระนั้นเมื่อไปถึงเมืองหลันเยี่ยนถึงอย่าได้พูดถึงเรื่องนี้ให้ใครฟัง และแสร้งทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเสีย บอกเพียงแค่ฮันเช่าตายระหว่างต่อสู้กับมังกรนภาก็พอ…”
“เหตุใดถึงต้องทำเช่นนั้นขอรับ?” เซี่ยโหวซางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “อสูรเทวานั้นนับว่าเป็นฝันร้ายของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ สำหรับท่านที่สังหารมันได้ด้วยพละกำลังและความหลักแหลม ไม่มีผู้ใดในเมืองแห่งนี้จะทัดเทียม ท่านจะปกปิดเรื่องนี้ไว้ด้วยเหตุผลอันใดหรือขอร