าดูสิว่าเราอยู่ไหนแล้ว”
เซี่ยโหวซางมองดูแผนที่ “ตอนนี้เราน่าจะ…หลงขอรับท่าน”
“…”
หลินมู่อวี่มืดแปดด้าน ภายใต้ใบหน้าอันยิ้มแย้ม ในหัวกำลังสบถคำว่าบัดซบจนนับครั้งไม่ถ้วน “เช่นนั้น…ข้าหวังว่าท่านเซี่ยโหวซางจะหาทางออกได้ และหากภายในคืนนี้เรายังไปไม่ถึงป่าเจตภูตอีก…ข้าจะทำให้เจ้าไม่กล้าหลงทางอีกตลอดชีวิต!”
เซี่ยโหวซางตัวสั่นเทิ้ม “นายท่านโปรดเชื่อใจ…จากความทรงจำวัยเด็กอันเลือนราง ข้าจะต้องพาพวกท่านไปป่าเจตภูตได้แน่นอน!”
หลังจากนั้นเซี่ยโหวซางก็พาทุกคนออกจากถนนร้างเข้าไปยังป่าทึบ รอบบริเวณเป็นป่าที่ดูลึกลับเต็มไปด้วยเถาวัลย์คดเคี้ยว คงไม่มีใครเคยเข้ามาที่นี่หลายทศวรรษแล้ว พระอาทิตย์เริ่มอัสดงความมืดมิดกำลังมาเยือน หากยังหาที่สำหรับค้างแรมไม่ได้ มีหวังคงถูกฝูงหมาป่าวาโยเข้าโจมตีแน่
หมาป่าวาโยนั้นมีอยู่มากในป่าล่ามังกร พวกมันชอบออกล่าเป็นฝูงทั้งยังเป็นอสูรวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดในป่าแห่งนี้ ยิ่งอยู่ในป่าลึกเท่าไรมันยิ่งทรงพลัง แม้จุดที่พวกหลินมู่อวี่อยู่จะมีอสูรอายุสามพันถึงห้าพันปีอาศัยอยู่ ทว่าหากฝูงหมาป่าวาโยมาคงเข้ากำราบพวกมันได้อย่างง่ายดาย ตามห่วงโซ่อาหารที่ผู้แข็งแกร่งย่อมเป็นผู้ล่า
เว่ยโฉวหยิบคบเพลิงขึ้นมาราดน้ำมันและจุดไฟส่องไปตามถนนด้านหน้า
ทหารองครักษ์อีกคนด้านหน้ากำลังใช้ดาบในมือเปิดทางไปต่อ คมกระบี่กว่าร้อยปอนด์ส่งเสียงฉับตัดเถาวัลย์อย่างไม่ลดละ
หลินมู่อวี่ที่ตามมาด้านหลังปล่