วงดินหนีไปแล้ว…คงตามฆ่าได้ยากขอรับ บัดซบที่สุด! เป็นความผิดข้าเองที่ยิงพลาด…ข้าควรจะเล็งที่หัวมันแท้ๆ”
หลินมู่อวี่เอ่ยขึ้นด้วยความมาดร้าย “ไม่เป็นไร เราจะไล่ตามไป…มันยังหนีได้ไม่ไกล”
“หืม?”
เว่ยโฉวเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ท่านรู้ว่าหมาป่าหนามโลหิตอยู่ที่ใดหรือขอรับ?”
“ตามข้ามาก็พอ”
“ขอรับ!”
เมื่อการต่อสู้จบลง หลินมู่อวี่ได้ใช้ทักษะชีพจรวิญญาณในการติดตามหมาป่าหนามโลหิต หลินมู่อวี่ขึ้นควบม้าและนำหน้าทุกคนไปยังตำแหน่งของอสูร
ความเร็วในการหนีของอสูรนั้นเทียบเท่ากับม้าศึกวิ่งที่เต็มกำลัง หลินมู่อวี่เดินแหวกพุ่มไม้ไปก่อนจะใช้หนึ่งประทีปพิฆาตชีวัน พลังแห่งดวงดาราแผ่กระจายไปทั่ว “ตู้ม!” กองหนามและเถาวัลย์ถูกบดขยี้จะราบคาบ!
“พระเจ้า…”
เว่ยโฉว เซี่ยโหวซางกับคนอื่นๆ ตกตะลึงยืนค้าง ได้แต่ภาวนาในใจว่าขออย่าได้เป็นศัตรูกับคนคนนี้เลย หากต้องได้เป็นปรปักษ์กับปีศาจเช่นนี้คงไม่ต่างจากการได้เจอโชคชะตาอันโหดร้าย
พวกหลินมู่อวี่ไล่ตามหมาป่าหนามโลหิตไปติดๆ กว่ายี่สิบนาที กระทั่งหลินมู่อวี่ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณสั่ง “หยุดก่อน!”
“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ? ศิลาวิญญาณกับวิญญาณอสูรนั้นเป็นสมบัติล้ำค่ามาก…” เว่ยโฉวเอ่ยถามไม่ทันจบ
หลินมู่อวี่ส่ายหัวและแทรกขึ้น “ไม่…เราไม่ควรเอาชีวิตมาทิ้งกับของมีค่าเหล่านั้น ลงจากม้าและตามข้ามาอย่างเงียบๆ ข้าสัมผัสได้ถึงพลังอันแกร่งกล้ายิ่งเสียกว่าหมาป่าหนามโลหิตอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้”
“ขอ