ายั่วโมโหข้า มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปรานี!”
ทหารรับจ้างต่างตกตะลึงขณะที่ยืนมองวิญญาณยุทธ์ของหลินมู่อวี่ค่อยๆ จางหายไป ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใดออกมา เพียงยืนมองหลินมู่อวี่เดินจากไปอย่างเงียบงัน
ขณะเดียวกันที่มุมของถนน เงาร่างหนึ่งมองเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนจะรีบควบม้าออกไป จนมาถึงชานเมืองซึ่งมีรั้วสีเขียวล้อมรอบ ชายผู้นั้นรีบลงจากม้าและตรงเข้าไปในโถงหลักพร้อมพูดเสียงดัง “ท่านผู้นำแย่แล้วขอรับ! หลินมู่อวี่อยู่ที่นี่แล้ว!”
ภายในห้องโถงมีนักรบอายุราวสามสิบปีสวมชุดเกราะเบากำลังจิบชาอยู่ เขาขมวดคิ้วและกล่าวว่า “หวังโฮ่วเอ๋อร์ เหตุใดไม่สงบสติอารมณ์ก่อน? หลินมู่อวี่จะเข้ามายังดินแดนของทหารรับจ้างหมาป่าเพลิงด้วยตัวเองได้อย่างไร?”
“ทว่าข้าเห็นกับตาขอรับ เขามีวิญญาณยุทธ์น้ำเต้า!”
“น้ำเต้า?” เฝิงสี่เงยหน้ามองพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “วิญญาณยุทธ์น้ำเต้าระดับสิบ…มีผู้คนนับไม่ถ้วนในเมืองหลันเยี่ยนที่มีวิญญาณยุทธ์น้ำเต้า แม้จะไม่ถึงหมื่น ทว่าอย่างน้อยก็แปดพันคน เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นวิญญาณยุทธ์น้ำเต้าของหลินมู่อวี่?”
ใบหน้าหวังโฮ่วเอ๋อร์ซีดลงเล็กน้อยด้วยความสับสน “ทว่าน้ำเต้าของเขาเป็นสีเขียวเข้ม และใช้ปราณยุทธ์แทนที่จะเป็นปราณแท้! ข้าเห็นทุกอย่าง หลินมู่อวี่ผู้นั้นกำลังมาหาเราถึงที่!”
“อะไรนะ!?”
เฝิงสี่นั่งไม่ติดเก้าอี้ ก่อนจะตะโกนกึกก้อง “ทหาร! จัดกองทัพให้ข้าเดี๋ยวนี้! พลธนูและหน้าไม้เต