บาลก็ไม่อาจนับเป็นภัย ระดับพลังอยู่เพียงในความคิดของข้าเท่านั้น”
“เพราะฉะนั้น ตูฮ่วนก็ไม่ต้องใส่ใจ”
เอ่ยถึงตรงนี้ แววตาพระอัครมเหสีเซียวพลันปรากฏความมุ่งหวังหากกาลเวลาอำนวย ข้าสามารถอาศัยโอกาสนี้ทำให้ร่างตำแหน่งมรรคผลขั้นต้นนี้สมบูรณ์ได้…
บางทีอาจมีหวังได้เป็นถึงเจินจวิน
ด้วยเหตุนี้ พระอัครมเหสีเซียวจึงแท้จริงแล้วหวังให้กรมพระนครบาลมีอำนาจมากยิ่งขึ้น เพราะกรมพระนครบาลยิ่งใหญ่เท่าใด ธูปเทียนยิ่งมากสวรรค์เจ็ดยอแสงก็ยิ่งสมบูรณ์
และตราบใดที่สำเร็จตำแหน่งเจินจวิน พระอัครมเหสีเซียวก็หาได้ใส่ใจอำนาจใดในราชสำนักเต๋าอีกต่อไป ไม่ว่าตูฮ่วนจะต้องการ หรือองค์ชายใหญ่หลงซิงจะต้องการ ล้วนยกให้ได้ทั้งสิ้น
เพียงน่าเสียดาย ท้ายที่สุดก็ไม่อาจสมบูรณ์
คิดถึงตรงนี้ พระอัครมเหสีเซียวก็ทอดถอนในใจ หากมิใช่เพียงร่างตำแหน่งมรรคผลขั้นต้น แต่เป็นตำแหน่งมรรคผลนอกรีตสมบูรณ์แล้วละก็ ย่อมช่วยนางประหยัดแรงได้ไม่น้อย
หลังจากออกจากตำหนักเทียนอู๋ ลวี่หยางก็กลับไปยังที่ว่าการกรมพระนครบาลทันที จากนั้นลงลึกไปจนถึงห้องสอบสวนใต้ดิน
ไม่ว่าจะเป็นเฉินหยวนหลี่ รองผู้บัญชาการกรมตรวจการสวรรค์ ผู้ลงมือสังหารจักรพรรดิเจียโย่ว หรือหนิงฮ่าวเหอ ผู้บัญชาการกรมตรวจการสวรรค์ที่ถูกลวี่หยางจับเป็นกบฏโดยตรง เวลานี้ต่างถูกขังอยู่ในนี้ทั้งสิ้น สภาพทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล เห็นได้ชัดว่าถูกทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแทบสิ้นใจ
“ท่านผู้บัญชาการ!”
ทันท