วางหน้าและบุกเข้าไปในตำหนักกวางโศกาเพื่อชิงศีรษะจักรพรรดิให้ได้ เพ่งสมาธิและเตรียมตัวโจมตี!”
“ขอรับ!”
ในยามค่ำคืน เหล่าทหารลาดตระเวนแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละหนึ่งร้อยนาย ขณะนี้มีทหารม้าหนึ่งร้อยนายลาดตระเวนอยู่ในป่า และทุกนายต่างถือคบเพลิงสอดส่องไปรอบบริเวณ อาจเป็นเพราะเสียงเท้าม้าที่ดังมากเกินไป พวกเขาจึงไม่พบสิ่งปกติใดๆ
‘ฟิ้ว!’
‘ฟุ่บ!’ ลูกธนูเยือกเย็นพุ่งออกมาจากความมืดเข้าที่ซอกคอผู้บัญชาการกองร้อยอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีลูกธนูอีกหลายดอกพุ่งตามมาราวกับห่าฝน
“ระวัง! มีคนลอบโจมตี! ส่งสัญญาณเตือนภัยเดี๋ยวนี้!”
ในความอลหม่านที่ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ตะโกน ทว่าทหารอวี้หลินก็รีบควักแตรออกจากเอวอย่างรวดเร็ว และกำลังจะเอาเข้าปาก ทันใดนั้น! เขาก็เห็นเงาดำทะมึนพุ่งเข้าใส่พร้อมปราณยุทธ์สีขาวขุ่น!
‘ตุบ!’
เกิดเสียงทุ้มหนัก หน้าผากทหารอวี้หลินนายนั้นถูกทุบจนแหลก จากนั้นเหล่าผู้ชำนาญการที่มีพลังยุทธ์อย่างท่วมท้นพุ่งออกจากป่า พวกเขาคือทหารเหรียญทองและทหารเหรียญเงินแห่งสำนักอัศวิน ทว่าทหารอวี้หลินเหล่านี้เป็นเพียงคนธรรมดาที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตมนุษย์เสียอีก แล้วจะเป็นคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมได้เยี่ยงไร…ทหารอวี้หลินทั้งหนึ่งร้อยนายจึงถูกสังหารภายในพริบตา
ฝ่ามือจีหยางโชกไปด้วยเลือดพร้อมใบหน้าปกคลุมไปด้วยความเกลียดชัง เขามองออกไปด้านนอกและกล่าวว่า “ทำไมสัญญาณยังไม่ส่งมาอีก? ชางไป๋เฮ่อมัวทำสิ่งใดอยู่?”
หลี่เฉ