ันขณะที่ตะโกนว่า “ส่งสัญญาณขอกำลังเสริม และให้องครักษ์อวี้หลินที่อยู่รอบๆ นำ ‘น้ำกรด’ มาด้วย เกล็ดของงูมังกรแข็งแกร่งเกินไป มีเพียงน้ำกรดเท่านั้นที่ทะลุผ่านได้!”
สิ้นเสียงฉินเหลย ก็มีเสียง ‘ฟู่’ ดังขึ้น แสงสีแดงจากมือองครักษ์มังกรลอยขึ้นบนท้องฟ้า มันคือไฟสัญญาณขององครักษ์อวี้หลิน ขณะเดียวกันชางไป๋เฮ่อก็ยกไม้เท้ายาวขึ้นพร้อมปลดปล่อยปราณยุทธ์สงครามสีขาวขุ่นขึ้นสู่ท้องฟ้า ‘วิ้ง’ เกิดแสงสว่างวาบขึ้นราวกับว่าชางไป๋เฮ่อกำลังส่งสัญญาณเช่นกัน
“ท่าไม่ดีแล้ว…”
ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนกำกระบี่ในมือแน่น “ท่านแม่ทัพ พวกมันมีกำลังเสริมด้วย แล้วเราจะทำอย่างไรดีขอรับ?”
“วางใจเถิด เรายังมีเฟิงจี้สิงเช่นกัน! ต้องสังหารไอ้แก่ชางไป๋เฮ่อเป็นอันดับแรก เราปล่อยให้มันเข้าไปในโถงหลักไม่ได้เด็ดขาด”
“ขอรับ!”
…
ขณะนั้นสัญญาณทั้งสองถูกส่งขึ้นบนท้องฟ้าซึ่งทุกคนเข้าใจถึงความหมายของมัน
กองทัพทหารอวี้หลินในค่ายฝั่งตะวันออกต่างตกตะลึง ทว่าผู้บัญชาการทหารกองพันไป๋หลี่ลุกขึ้นพร้อมชักกระบี่และควบม้าทันที “มีบางอย่างเกิดขึ้นด้านในตำหนัก ค่ายที่หนึ่ง และค่ายที่สอง ขี่ม้าตามข้ามาเพื่อเป็นกำลังเสริม ส่วนที่เหลือเฝ้าระวังที่ประตูตำหนักกวางโศกา”
“ขอรับ!”
ทหารทุกนายควบม้าออกไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าเมื่อไป๋หลี่ออกไป ก็พลันมีเสียงม้าดังขึ้นมาจากความมืด เหล่าทหารของสำนักอัศวินบุกเข้ามาราวกับลมกรด ซึ่งนำทัพโดยจีหยางและหลี่เฉียนซุนผู้มีความแข็