ี่ยิ้มพร้อมประสานมือกล่าว “เพราะข้ายังสามารถทำในสิ่งที่หลัวอวี่ทำไม่ได้เพื่อท่านราชทูตใหญ่ ใช่ไหมขอรับ?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จีหยางพลันเงยหน้าขึ้นพร้อมหัวเราะ “เอาล่ะ ดีจริงๆ ที่ข้ามีสหายที่ชาญฉลาดเช่นเจ้า หลินหยาน…ข้าไม่รู้ภูมิหลังเจ้าเลย และทหารที่ข้าส่งไปตรวจสอบก็มิเจอสิ่งผิดปกติอันใด จนถึงตอนนี้…เจ้ายังคงเป็นสหายที่น่าสงสัยมากที่สุด รู้ตัวหรือไม่?”
“รู้ขอรับ”
หลินมู่เผยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะหยิบเหรียญเพชรออกจากหน้าอก และครุ่นคิดสักครู่ จากนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ทว่านี่สำคัญด้วยหรือขอรับ? หลินหยานเกิดมาในครอบครัวยากจน และมิเคยถูกแยแส ต้องฝึกตนอย่างหนักเพื่อเข้าสู่ขอบเขตนภา และใช้ความแข็งแกร่งนี้เพื่อหาเงินประทังชีวิต ท่านจีหยางเป็นผู้มีปัญญาหลักแหลม คงเข้าใจว่าข้าสมควรได้รับเหรียญเพชรหนึ่งร้อยสิบสี่เหรียญนี้หลังจัดการเจียงเฟิงลี่ได้ อีกทั้งเขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมาก”
จีหยางแทบหยุดหัวเราะไม่ได้ “เอาล่ะ…คำพูดเจ้าฟังดูสมเหตุสมผล หลินหยาน…สำนักอัศวินของข้าเป็นที่ที่ให้เจ้าได้แสดงพลังออกมา ตราบใดที่เจ้าติดตามข้า เช่นนั้นข้ากล้ารับรองความรุ่งโรจน์ของเจ้าได้ และอาจมีโอกาสเลื่อนขั้นเป็นถึงชนชั้นสูง”
“เยี่ยงนั้นหลินหยานขอบคุณท่านราชทูตใหญ่มากขอรับ!”
“มิต้องมากพิธีไป” จีหยางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนเงยหน้าขึ้นมองหลินมู่อวี่และถามว่า “หลินหยาน การโจมตีของเจ้าเมื่อครู่…พลังช่างดูแปลกตา นั่นคือวิญญาณยุทธ์