ข้าท่องยุทธภพไปทั่วหล้า จากนั้นข้าก็พบว่าการท่องยุทธภพจำเป็นต้องใช้ทั้งเงินและหญิงสาว เราทุกคนต่างเป็นมนุษย์ผู้ไม่สามารถหลบหนีจากความตาย แล้วเหตุใดจึงไม่หาความสุขให้ตัวเองเสียล่ะ?”
หลัวอวี่ใช้สายตาบอกหลินมู่อวี่ให้อดทนไว้
หลินมู่อวี่คลายหมัดอย่างช้าๆ และกล่าวว่า “ท่านราชทูตหลี่เฉียนซุนพูดถูกขอรับ ข้าไม่มีข้อกังขาใดๆ”
“ฮ่าๆ ใช่แล้ว!”
หลี่เฉียนซุนหัวเราะเสียงดังลั่น “โลกนี้สรรเสริญผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น หากกำปั้นของใครแข็งกว่ากันก็จะได้รับทั้งเงินทองและหญิงสาว และสำนักอัศวินคุ้มกะลาหัวเจ้าได้ แต่เจ้าต้องแสดงความภักดีออกมาให้เห็น เข้าใจหรือไม่?”
“ขอรับ”
หลินมู่อวี่ประสานมือก่อนจะจูงม้าออกไป เขายืนสงบเงียบและหลับตาลง คิ้วยาวสั่นไหวเล็กน้อย หลินมู่อวี่ไม่ต้องการเห็นหรือได้ยินสิ่งใดอีก
…
เสียงร้องของเด็กสาวดังขึ้นระงม เด็กสาวราวสองร้อยคนในหมู่บ้านทะเลครามถูกล่ามโซ่และลากออกไปโดยทหารของสำนักอัศวิน ทันใดนั้นหลินมู่อวี่ก็ตระหนักได้ว่าห่วงโซ่มิได้ถูกเตรียมไว้เพื่อล่ามทหารรับจ้าง…แต่เป็นเหล่าเด็กสาวต่างหาก! หลี่เฉียนซุนไม่ได้วางแผนจะไว้ชีวิตพวกทหารรับจ้างตั้งแต่แรกแล้ว!
ม้าเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ขณะที่ภายในใจหลินมู่อวี่เต็มไปด้วยความสับสน ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขากระทำนั้นถูกหรือผิด ทว่าก็ไม่มีทางเลือกอื่น…ทุกย่างก้าวบนผืนแผ่นดินนี้ลากเขาจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ เป็นอย่างที่หลงเหยียนกล่าว เขาเป็นเพียงมนุษย